หมอบูรณ์ลงพื้นที่สัมภาษณ์สาวิทย์ แก้วหวาน จากบริเวณทำเนียบรัฐบาล พร้อมสรุปข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ — ไม่ใช่แค่ไม่เอา CARE แต่ขอคืนสิทธิให้ผู้ประกันตนเป็นคนเลือกสูตรบำนาญเอง
เครือข่ายแรงงานวางพวงหรีดเชิงสัญลักษณ์และถือป้ายคัดค้านสูตร CARE บริเวณทำเนียบรัฐบาล
บทความนี้บันทึกเหตุการณ์วันที่ 6 กันยายน 2569 จากภาพถ่ายและการสัมภาษณ์ที่หมอบูรณ์ อารยพล ลงพื้นที่เก็บข้อมูลโดยตรง ส่วนตัวเลขและข้อกล่าวอ้างต่างๆ (เช่นจำนวนเครือข่ายแรงงาน) เป็นคำกล่าวของสาวิทย์ แก้วหวานและเครือข่าย ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันจากหน่วยงานราชการโดยตรง ควรพิจารณาประกอบกับแหล่งข้อมูลทางการอื่นด้วย
ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 6 กันยายน 2569 เครือข่ายแรงงานจากหลายพื้นที่ทยอยเดินทางมายังบริเวณทำเนียบรัฐบาล มีการรวมตัว เดินขบวน แสดงป้ายข้อความ และจัดเวทีปราศรัยเพื่อสื่อสารจุดยืนเกี่ยวกับสูตร CARE และเงินบำนาญประกันสังคม พื้นที่การชุมนุมมีทั้งตัวแทนแรงงานจากกรุงเทพฯ และเครือข่ายจากจังหวัดต่างๆ เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร และนครศรีธรรมราช ตามข้อมูลที่ปรากฏจากการลงพื้นที่และการสื่อสารของเครือข่าย
นอกจากการปราศรัยแล้ว ยังมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เช่น การนำพวงหรีดมาวาง เพื่อสะท้อนจุดยืนและความกังวลต่อผลกระทบที่เครือข่ายมองว่าอาจเกิดขึ้นกับสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญของผู้ประกันตน หลังฝนตกหนักในช่วงบ่าย ผู้ชุมนุมประกาศยุติกิจกรรมและแยกย้ายกลับ
หมอบูรณ์พูดคุยและสัมภาษณ์สาวิทย์ แก้วหวาน จากบริเวณทำเนียบรัฐบาล — ฟังจุดยืนของตัวแทนเครือข่ายแรงงานจากเจ้าตัวโดยตรง ไม่ใช่เพียงการสรุปจากข้อความบนโซเชียลมีเดีย
ประเด็นสำคัญที่สาวิทย์สื่อสารคือการคัดค้านสูตร CARE ความกังวลต่อผลกระทบต่อผู้ประกันตน และข้อเรียกร้องให้รัฐบาลกลับมาทบทวนแนวทางดังกล่าว อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือข้อเสนอให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกสูตรบำนาญ ซึ่งปรากฏชัดเจนในแถลงการณ์ของเครือข่าย
จากแถลงการณ์ของศูนย์ประสานงานองค์กรเครือข่ายแรงงานคัดค้านสูตร CARE สรุปจุดยืนสำคัญได้ 3 ประเด็น:
"ไม่ใช่แค่ไม่เอา CARE แต่ขอคืนสิทธิให้ผู้ประกันตนเป็นคนเลือก"
ข้อเสนอที่โดดเด่นที่สุดในแถลงการณ์คือข้อที่ 3 — เครือข่ายไม่ได้เรียกร้องเพียงให้ยกเลิกสูตร CARE แต่เสนอว่าหากสูตรใหม่ถูกมองว่าเหมาะสมกับผู้ประกันตนบางกลุ่ม ก็ไม่ควรปิดทางเลือกของผู้ประกันตนกลุ่มอื่นที่เห็นว่าสูตรเดิมให้ประโยชน์กับตนเองมากกว่า
ตามแถลงการณ์ เครือข่ายแรงงานมองว่าการปรับสูตรบำนาญครั้งนี้อาจสร้างความแตกต่างของผลประโยชน์ระหว่างผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งมีประวัติการทำงานและฐานค่าจ้างแตกต่างกันไป เครือข่ายระบุว่าการผลักดันสูตร CARE มีเป้าหมายส่วนหนึ่งในการยกระดับบำนาญของผู้ประกันตนมาตรา 39 แต่กังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวนมาก
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นคำถามสำคัญ: การยกระดับสิทธิให้คนกลุ่มหนึ่งควรเกิดขึ้นโดยทำให้คนอีกกลุ่มต้องเสียประโยชน์หรือไม่ และหากมีสูตรใหม่จริง ผู้ประกันตนควรมีสิทธิเลือกสูตรที่เหมาะสมกับประวัติการทำงานของตัวเองหรือไม่
แถลงการณ์ของเครือข่ายระบุว่าก่อนการเคลื่อนไหววันที่ 6 กันยายน ได้มีความพยายามเข้าพบและหารือกับฝ่ายรัฐบาล รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการยื่นหนังสือ การออกแถลงการณ์ และการนำเสนอข้อเรียกร้องในช่วงวันแรงงาน ต่อมาองค์กรแรงงานหลายแห่งได้หารือร่วมกันและจัดตั้ง "ศูนย์ประสานงานองค์กรเครือข่ายแรงงานคัดค้านสูตร CARE" เพื่อประสานการเคลื่อนไหวและผลักดันให้รัฐบาลทบทวนแนวทางดังกล่าว
หลังฝนตกหนักและผู้ชุมนุมแยกย้ายกลับ หมอบูรณ์กลับมาที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐในช่วงเย็น เพื่อสรุปเหตุการณ์ของวันที่ 6 กันยายนจากพื้นที่จริง
"แม้ผู้ชุมนุมจะแยกย้ายกันกลับแล้ว แต่ประเด็นสูตร CARE ยังไม่จบ"
รัฐบาลจะทบทวนมติ ครม. หรือไม่? รัฐบาลจะเปิดการหารือกับเครือข่ายแรงงานอย่างไร? และผู้ประกันตนจะมีทางเลือกในการรับบำนาญระหว่างสูตรเดิมกับ CARE หรือไม่ — ทั้งสามคำถามนี้คือสิ่งที่ยังไม่มีคำตอบ และเป็นเหตุผลที่เครือข่ายแรงงานยืนยันว่าจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน
เมื่อถึงวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผู้ประกันตนฝั่งลูกจ้างจะได้รับบัตรสีชมพู หมอบูรณ์เตือนให้ผู้สนับสนุนที่เห็นด้วยกับจุดยืน #StopCARE ล็อกหัวตาราง เขียนเบอร์ 2 ทิ้งดิ่งเบอร์เดียว ตามยุทธศาสตร์ที่รณรงค์มาตลอด