ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน มาตรา 39 — จากจอภาพยนตร์ สู่บัตรเลือกตั้ง
| ชื่อ | ฮากีม ดลภาวิจิต |
| หมายเลขผู้สมัคร | 57 |
| ทีม | รวมใจพัฒนา |
| อายุ | 37 ปี |
| ฝ่าย | ผู้ประกันตน |
| สถานะผู้ประกันตน | มาตรา 39 (ม.39) |
| วันเลือกตั้ง | 27 กันยายน 2569, 08.00–16.00 น. |
✅ อัปเดต 11 กันยายน 2569: หมอบูรณ์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับฮากีมโดยตรง ได้รับอนุญาตให้นำข้อมูลจากบทสนทนาและภาพที่ฮากีมจัดทำเองมาเผยแพร่ในบทความนี้ — เนื้อหาด้านล่างจึงมีทั้งข้อเท็จจริงจากประกาศทางการ และคำบอกเล่า/นโยบายจากฮากีมเอง ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นคำกล่าวของผู้สมัคร ไม่ใช่การยืนยันหรือรับรองของเว็บไซต์
คนส่วนใหญ่อาจรู้จักชื่อของเขาจากอีกบริบทหนึ่ง ก่อนที่จะเห็นชื่อเดียวกันปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 — ชื่อเดียวกันนั้นคือ "ฮากีม ดลภาวิจิต" และในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชื่อดังกล่าวอยู่คู่กับหมายเลข 57 ลงสมัครในนาม ทีมรวมใจพัฒนา
จากบทสนทนาที่หมอบูรณ์ได้พูดคุยกับฮากีมโดยตรง เขาอธิบายว่าชื่อ "ฮากีม" เป็นคำภาษาอาหรับ และมีความหมายที่เชื่อมโยงกับนักปราชญ์ แพทย์ และผู้พิพากษา — เป็นคำบอกเล่าจากเจ้าตัว ไม่ใช่การยืนยันทางภาษาศาสตร์โดยเว็บไซต์นี้
สิ่งที่ทำให้ชื่อฮากีม ดลภาวิจิต น่าสนใจในบริบทการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 คือเขาไม่ได้ปรากฏชื่อเฉพาะในบริบทการเลือกตั้งเท่านั้น — ชื่อของเขาปรากฏในข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ไทยด้วย นอกจากข้อมูลด้านการเลือกตั้งแล้ว ฮากีม ดลภาวิจิตยังมีผลงานการแสดงที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยหนึ่งในผลงานที่มีข้อมูลอ้างอิงชัดเจนคือภาพยนตร์เรื่อง "ของแขก" ซึ่งเขารับบท "ชาติ"
ในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง "ของแขก" (เข้าฉาย 28 กันยายน 2566) ฮากีม ดลภาวิจิต รับบทเป็น "ชาติ" — ยืนยันตรงกันจากหลายแหล่งข่าวบันเทิงอิสระ ทั้งไทยรัฐ, TrueID, LINE TODAY, และฐานข้อมูลภาพยนตร์ nangdee.com ซึ่งระบุผลงานภาพยนตร์อีกเรื่องคือ "รักนะซุปซุป" (2563) ด้วย จากบทสนทนากับหมอบูรณ์ ฮากีมเล่าว่าเดิมมีพื้นฐานสายวิชาการ เคยทำงานที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ก่อนจะผันตัวมาทำงานด้านบันเทิงเนื่องจากมีงานละคร/โฆษณามากขึ้น อยู่ในวงการนี้มากว่า 10 ปี และปัจจุบันสนใจศึกษาต่อปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์
จากบทสัมภาษณ์ ฮากีมเล่าว่าแรงผลักดันหลักมาจากการได้เห็น "หลุมพรางบำนาญ" ที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 เผชิญ — คนที่เคยเป็นลูกจ้าง ม.33 ส่งเงินสมทบฐานสูงมาหลายสิบปี แต่พอออกจากงานมาต่อ ม.39 ฐานเงินเดือนคำนวณบำนาญจะถูกปรับลดเหลือเพียง 4,800 บาททันที ทำให้บำนาญที่ควรได้หลักพันบาทหดเหลือหลักร้อย เขาบอกว่าอยากเข้ามา "ศึกษาและเรียนรู้" พร้อมใช้ประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์จากงานที่ปรึกษามาช่วยผลักดันแก้ไขปัญหานี้
ในฐานะผู้ประกันตน ม.39 เอง ฮากีมชี้ว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือกฎหมายปัจจุบันคำนวณบำนาญชราภาพจาก "ฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย" — ผู้ที่เคยมีฐานเงินเดือนสูงตอนเป็น ม.33 แต่มาต่อ ม.39 ช่วงท้ายก่อนเกษียณ จะถูกคำนวณจากฐาน 4,800 บาทแทน ทำให้บำนาญที่ควรได้หดหายไปมาก
ข้อเสนอหลักของเขาคือ เปลี่ยนสูตรคำนวณจาก "60 เดือนสุดท้าย" เป็น "60 เดือนที่ฐานเงินเดือนสูงสุด" และเสนอให้แยกสิทธิประโยชน์ ให้ผู้ประกันตนเลือกส่ง ม.39 เฉพาะส่วนรักษาพยาบาลได้โดยไม่ต้องผูกกับฐานบำนาญชราภาพ — ดู สิทธิและสถานะของผู้ประกันตน ม.39 ฉบับเต็ม → ประกอบเพื่อความเข้าใจบริบท
อีกแกนหลักของนโยบายฮากีมคือการทำให้ระบบประกันสังคม "เคารพวิถีชีวิตและความเชื่อ" ของผู้ประกันตนมุสลิม ประกอบด้วย 3 ข้อเสนอหลัก:
นอกจากนี้เขายังเสนอสวัสดิการสำหรับบุคลากรทางการศึกษาและคนทำงานสัญญาจ้าง เช่น คุ้มครองช่วงรอยต่อสัญญาจ้างไม่ให้เสียสิทธิ และขยายสวัสดิการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมและสุขภาพจิต
การเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม 2569 มีผู้สมัครจำนวนมากจากหลากหลายภูมิหลัง ชื่อของฮากีม ดลภาวิจิต หมายเลข 57 สะท้อนว่าผู้สมัครในสนามครั้งนี้ไม่ได้มาจากภูมิหลังเดียวกันทั้งหมด
ภาพนี้ฮากีมจัดทำและเผยแพร่เองในนามทีมรวมใจพัฒนา ใช้เผยแพร่ในบทความนี้ด้วยความยินยอมจากเจ้าตัวโดยตรง
แม้จะมีข้อมูลจากบทสัมภาษณ์แล้ว ยังมีบางส่วนที่ทีมงานของฮากีมกำลังจัดทำอยู่และยังไม่พร้อมเผยแพร่ในตอนนี้ เช่น รายละเอียดนโยบายฉบับสมบูรณ์บางส่วน — บทความนี้จะปรับปรุงเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าตัว
บทความนี้ไม่ได้บอกให้เลือกเบอร์ 57 — หลักการของบทความชุดนี้คือ "ไม่เลือกแทนผู้ประกันตน แต่ช่วยให้ผู้ประกันตนรู้จักผู้สมัครก่อนตัดสินใจ" ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรเปรียบเทียบข้อมูลของผู้สมัครหลายคนก่อนตัดสินใจด้วยตัวเอง