ช่วงเช้าวันนี้ (08.00–09.00 น.) หมอบูรณ์ – บูรณ์ อารยพล ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ "จั่นเจา" สรพล ธนวิกสิต ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 107 นาน 36 นาที ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติผู้สมัคร แนวคิดใช้ AI สื่อสารกับผู้ประกันตน ไปจนถึงสูตร CARE บำนาญชราภาพ SSO Plus และความโปร่งใส
บทความนี้เรียบเรียงสาระสำคัญจากบทสนทนาทางโทรศัพท์ 36 นาที ระหว่างหมอบูรณ์กับสรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107 ชื่อและหมายเลขตรวจสอบไขว้กับประกาศบัญชีรายชื่อทางการของสำนักงานประกันสังคม (18 ส.ค. 2569) แล้วว่ามีอยู่จริง ส่วนข้อมูลประวัติส่วนตัวและมุมมองนโยบายด้านล่างเป็นสิ่งที่สรพลเล่าและระบุด้วยตนเองในการสนทนา ทีมงานยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดประวัติทั้งหมดจากแหล่งอิสระอื่นได้ เนื่องจากยังไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับผู้สมัครรายนี้จากสื่อภายนอก
สรพล ธนวิกสิต หรือ "จั่นเจา" เป็นผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 107 จากข้อมูลที่เจ้าตัวเล่าในบทสนทนา ระบุว่ามีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและงานบริหารโครงการ ปัจจุบันทำงานตำแหน่ง Project Manager และโปรแกรมเมอร์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง
ด้านการศึกษา ระบุว่าจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนโยธินบูรณะ ปริญญาตรีสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และปริญญาโทสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
นอกจากงานด้านไอทีแล้ว สรพลระบุว่ามีประสบการณ์ด้านงานสังคมและการเมืองมาก่อน โดยเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับเขต และผ่านเข้าสู่การคัดเลือกระดับจังหวัดมาแล้ว การลงสมัครบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวหนึ่งต่อจากประสบการณ์เดิม
สิ่งที่ทำให้บทสนทนานี้ต่างจากการแนะนำตัวผู้สมัครทั่วไป คือพื้นฐานของสรพลที่มาจากสายเทคโนโลยี เขาเล่าว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับเว็บไซต์และระบบออนไลน์มานานกว่า 20 ปี โดยทำธุรกิจด้าน Domain Name, Hosting และ Network เป็นเจ้าของเว็บไซต์ junjao.com ที่ให้บริการต่อโดเมนเนมและโฮสติ้งมาอย่างต่อเนื่อง จึงเลือกใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับผู้ประกันตน ทั้ง TikTok, Facebook และเว็บไซต์ส่วนตัว รวมถึงการทำข้อมูลให้ค้นหาได้ผ่าน Search Engine
หนึ่งในโครงการที่ถูกพูดถึงในบทสนทนาคือชุดคำถาม-คำตอบ 30 ข้อ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม สรพลระบุว่าใช้ AI หลายระบบ เช่น ChatGPT, Gemini และ Grok ช่วยรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ และสิทธิประโยชน์ ก่อนนำมาตรวจสอบด้วยตนเองอีกครั้ง
คำถามช่วงต้นครอบคลุมปัญหาที่ผู้ประกันตนพบในชีวิตประจำวัน เช่น:
ส่วนคำถามข้อที่ 30 เน้นสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้สมัคร ในประเด็นความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ของสำนักงานประกันสังคม
อินโฟกราฟิก 30 Q&A ประกันสังคม จัดทำโดยทีมของสรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107
ประเด็นนี้น่าสนใจในแง่การใช้ AI เพราะสะท้อนว่า AI ช่วยรวบรวมข้อมูลจำนวนมากได้ แต่สำหรับข้อมูลด้านกฎหมาย ผู้ใช้งานควรตรวจสอบกับกฎหมาย ประกาศ และแหล่งข้อมูลทางการอีกครั้งเสมอ
เมื่อเข้าสู่ประเด็นสำคัญของการพูดคุย หมอบูรณ์ได้ถามถึงสูตร CARE ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกันตนให้ความสนใจอย่างมาก สรพลแสดงจุดยืนว่าเห็นด้วยกับหลักการของ CARE ในระดับหนึ่ง โดยประเมินมุมมองของตนเองไว้ประมาณ 78–80% ด้วยเหตุผลว่าสูตรใหม่นำประวัติการส่งเงินสมทบและฐานค่าจ้างตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในระบบมาพิจารณา ซึ่งในมุมมองของเขามีเหตุผลในเชิงโครงสร้างระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเห็นด้วยในหลักการไม่ได้หมายความว่าเขามองว่าการเปลี่ยนสูตรจะไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ สรพลยอมรับว่าผู้ประกันตนแต่ละคนมีประวัติการทำงานและฐานค่าจ้างแตกต่างกัน ผลจากการเปลี่ยนวิธีคำนวณจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ในมุมมองของเขา จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การประกาศเพียงว่า "เอา CARE" หรือ "ไม่เอา CARE" แต่ควรพิจารณาว่าจะออกแบบระบบอย่างไรให้คนที่อยู่ในระบบเดิมได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติฐานค่าจ้างในอดีตแตกต่างจากช่วงท้ายของการทำงาน จึงเสนอแนวคิดเรื่องความยืดหยุ่นและทางเลือก รวมถึงการทบทวนสูตรในอนาคตหากพบผลกระทบที่ไม่เป็นธรรม
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือรูปแบบการรับสิทธิประโยชน์เมื่อถึงวัยเกษียณ สรพลมองว่าผู้ประกันตนแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการเงินก้อนเพื่อจัดการภาระทางการเงิน ขณะที่บางคนต้องการรายได้ประจำเพื่อดำรงชีวิตหลังเกษียณ จึงเสนอแนวคิดเปิดทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งบำเหน็จ บำนาญ หรือรูปแบบบำนาญไฮบริด โดยระบุว่าแนวคิดเหล่านี้ควรนำไปพิจารณาต่อในระดับนโยบาย กฎหมาย และฐานะทางการเงินของกองทุนก่อนนำมาใช้จริง
ในฐานะคนสายเทคโนโลยี สรพลให้ความสนใจเป็นพิเศษกับระบบดิจิทัลของสำนักงานประกันสังคม เขามองว่า SSO Plus สามารถพัฒนาให้ไปไกลกว่าการเป็นช่องทางตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน โดยเป้าหมายคือให้ผู้ประกันตนเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้รวดเร็ว เช่น สิทธิที่มีอยู่ สิทธิที่ใช้ได้ สถานะการดำเนินการ ข้อมูลการรักษาพยาบาล และขั้นตอนเอกสารที่จำเป็น เพื่อลดภาระการเดินทางและรอคิวสอบถามข้อมูล
สรพลระบุว่า หากได้เข้าไปทำหน้าที่กรรมการ ต้องสามารถกำกับและตรวจสอบการดำเนินงาน รวมถึงการอนุมัติโครงการต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคมได้ โดยมองว่าคำถามสำคัญไม่ได้มีเพียง "บอร์ดจะเพิ่มสิทธิอะไรให้เรา" แต่ยังรวมถึง "ผู้ประกันตนจะตรวจสอบการบริหารเงินกองทุนได้มากแค่ไหน" และ "โครงการต่างๆ ใช้เงินอย่างไร ใครตัดสินใจ และมีข้อมูลให้ตรวจสอบหรือไม่"
ช่วงท้ายของการพูดคุย สรพลเปิดมุมมองถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับผู้สมัครอิสระในอนาคต โดยเฉพาะหากมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอีกครั้ง ระบุว่ายินดีพูดคุยและร่วมมือกับผู้สมัครอิสระรายอื่น รวมถึงหมอบูรณ์ เพื่อให้การสื่อสารกับผู้มีสิทธิเป็นระบบมากขึ้น เช่น แนวคิดจัดเรียงหมายเลขหรือสร้างบล็อกการสื่อสารร่วมกันให้ผู้ประกันตนจดจำง่ายขึ้น — ทั้งนี้ยังเป็นเพียงมุมมองและความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ใช่ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจริง
| ประเด็น | มุมมองจากการสนทนา |
|---|---|
| สูตร CARE | เห็นด้วยกับหลักการในระดับหนึ่ง (78-80%) แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม |
| บำนาญ | ต้องการเห็นทางเลือกที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น รวมถึงแนวคิดบำนาญไฮบริด |
| AI | ใช้เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล โดยควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง |
| SSO Plus | ต้องการยกระดับระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูล |
| ความโปร่งใส | ต้องการให้การดำเนินงานและโครงการต่างๆ ตรวจสอบได้ |
| ความร่วมมือ | เปิดรับการทำงานร่วมกับผู้สมัครอิสระในอนาคต |
บทสัมภาษณ์ของสรพล ธนวิกสิต เป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่ผู้ประกันตนสามารถนำไปเปรียบเทียบกับผู้สมัครรายอื่นได้ ก่อนตัดสินใจ ผู้ประกันตนอาจลองถามผู้สมัครทุกคนด้วยคำถามชุดเดียวกัน เช่น เห็นด้วยกับสูตร CARE หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยจะปกป้องผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร จะทำให้การบริหารกองทุนโปร่งใสได้อย่างไร และจะใช้เทคโนโลยีทำให้เข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้นอย่างไร คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้การตัดสินใจไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของชื่อเสียงหรือหมายเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปรียบเทียบแนวคิด จุดยืน และความสามารถในการทำงาน
สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเลือกเป็นสิทธิของผู้ประกันตนแต่ละคน — ศึกษาข้อมูลจากผู้สมัครหลายคน เปรียบเทียบจุดยืน และใช้วิจารณญาณของตัวเองก่อนตัดสินใจ
ทำเนียบผู้สมัครฉบับเต็ม พร้อมช่องค้นหาชื่อ-หมายเลขได้ทันที
📋 ทำเนียบผู้สมัครครบทุกเบอร์ → 📜 นโยบาย 7+1 ของหมอบูรณ์เบอร์ 2 →