สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ที่สภาทนายความ
วันที่ 24 เมษายน 2569 หมอบูรณ์ อารยพล เดินทางเข้าพบ ดร.ธีระวุฒิ (ทนายหนุ่ม) ที่สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมยื่น หนังสือขอความอนุเคราะห์ทางกฎหมาย ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อขอให้สภาทนายความแต่งตั้งทีมทนายความอาสาดำเนินคดีแบบกลุ่มให้กับผู้ประกันตน ม.39 กรณีคำนวณบำนาญชราภาพที่ไม่เป็นธรรม
พร้อมกันนั้น ได้ยื่นแนบ บัญชีรายชื่อผู้เดือดร้อนชุดนำร่อง 853 ท่าน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนคนเดียว แต่คือปัญหาของคนทั้งประเทศ
▶ คลิปสั้น: หมอบูรณ์ที่สภาทนายความ · 24 เม.ย. 2569
ความคืบหน้าสำคัญ: ยกระดับสู่ "คดีสาธารณะ"
การพบปะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การได้ "พวก" ที่เข้าใจหัวอก ม.39 เหมือนกัน แต่คือก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางการต่อสู้ทั้งหมด ทางสภาทนายความแจ้งว่า:
หากคดีนี้มีผลกระทบต่อคนหมู่มาก — ซึ่งพวกเรามีสมาชิก 853 ท่านชุดนำร่อง และมีผู้ประกันตน ม.39 ทั่วประเทศนับล้านคน — สภาทนายความอาจพิจารณารับเคสนี้เข้าเป็น "คดีในความดูแลของสภาทนายความโดยตรง" ทันที โดยไม่ต้องรอกระบวนการปกติ
ความแตกต่างระหว่าง "คดีรายบุคคล" กับ "คดีสาธารณะ" คือหลักไมล์ที่สำคัญที่สุดของการต่อสู้ครั้งนี้ เราไม่ได้แค่ขอบำนาญให้สมาชิก 853 คน — เรากำลัง สู้เพื่อเปลี่ยนระบบให้คนนับล้านที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกเอาเปรียบอยู่
สาระสำคัญของหนังสือที่ยื่น
ด้วยข้าพเจ้า นายบูรณ์ อารยพล (สพ.บ., น.บ.) ในฐานะผู้แทนกลุ่ม "ทวงสิทธิบำนาญ ม.39" ขอนำความเดือดร้อนของสมาชิกผู้เดือดร้อนกว่า 853 ชีวิต จากสมาชิกในเครือข่ายกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ มาเรียนต่อสภาทนายความ
ประเด็นปัญหา 3 ข้อ: (1) การใช้ฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายทำให้บำนาญลดลง 50–70% จากที่ควรได้ (2) สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ขาดรายได้ ไม่สามารถดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี (3) ยื่นหนังสือหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเชิงนโยบาย
สิ่งที่ขอความอนุเคราะห์: (1) แต่งตั้งทีมทนายความอาสาเชี่ยวชาญกฎหมายปกครองและแรงงาน เพื่อดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) (2) ให้คำแนะนำการร่างคำฟ้องเพื่อนำสิทธิและความยุติธรรมกลับคืน
ภารกิจที่ยังต้องทำ: 5 ขุนพลทัพหน้า
แม้จะได้รับสัญญาณบวกจากสภาทนายความ แต่ยังมี "การบ้านสำคัญ" ที่ต้องเร่งทำให้เสร็จ เพื่อเปิดประตูสภาทนายความตามระเบียบปกติให้เร็วที่สุด
5 ขุนพลทัพหน้า: คุณสมบัติเฉพาะ
สภาทนายความมีช่องทางช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะเป็น "กุญแจดอกแรก" ในการเปิดประตูเข้าสู่กระบวนการได้เร็วที่สุด
- รายได้ ไม่เกิน 3,700 บาท/เดือน (บำนาญที่ได้รับปัจจุบัน)
- เป็นผู้เดือดร้อนจากกรณี ม.33 → ม.39 ตามบรรทัดฐาน ฎีกา 3307/2567
- มีเอกสารหลักฐานครบ (SSO+, ใบแสดงบำนาญ)
- ยินดีเป็น "โจทก์ทัพหน้า" นำคดีในนามกลุ่ม
👉 ถ้าคุณมีคุณสมบัติตรงนี้ — ทักหมอบูรณ์ผ่าน LINE OA ด่วน! คุณคือวีรบุรุษที่จะพาสมาชิกคนอื่นๆ เข้าประตูสภาฯ ไปพร้อมกัน
ทำไมคดีนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด
ไม่ใช่แค่ 853 คน — แต่คือนับล้าน
คนที่เดินทาง ม.33 → ม.39 ก่อนรับบำนาญมีทั่วประเทศ ผลคดีนี้จะสร้างบรรทัดฐานที่คุ้มครองทุกคนโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องฟ้องทีละคน
มีฎีกา 3307/2567 รองรับแล้ว
ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้แล้วว่าสิทธิ ม.33 ต้องคงไว้ตลอดชีพ ไม่ให้ฐาน 4,800 ของ ม.39 มาลดสิทธิเดิม นี่คือหลักกฎหมายที่พร้อมใช้ฟ้องได้เลย
พยานหลักฐานดิจิทัลพร้อมแล้ว
ฐานข้อมูลที่ boonarayapon.com/m39 มีหลักฐานครบชุดพร้อมต่อสู้ในชั้นศาล — SSO app, จดหมาย, ใบตอบรับอุทธรณ์ ของสมาชิกจำนวนมาก
จำนวนคนคือหลักฐานสำคัญ
"ยิ่งมากยิ่งพิสูจน์ว่าเป็นปัญหาสาธารณะ" — ยังไม่ได้ส่งเอกสาร รีบทำด่วน ทุกชื่อที่เพิ่มขึ้นคือน้ำหนักที่เพิ่มให้คดีนี้
💬 เสียงของหมอบูรณ์หลังพบสภาทนายความ
"เราไม่ได้มาขอความสงสาร แต่เรามาทวงคืนความถูกต้อง"
วันนี้เสียงของพวกเราดังพอจนสภาทนายความหยุดฟังแล้ว — ขั้นต่อไปคือทำให้เสียงนั้นดังถึงชั้นศาล และดังถึงทุกคนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่โดยไม่รู้ตัว
ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ส่งเอกสาร ส่งหลักฐาน และยืนหยัดมาด้วยกัน — ชัยชนะอยู่ที่ความถูกต้อง ไม่ใช่ที่กำลังเงิน
สัปดาห์นี้: สภาทนายความพิจารณารายชื่อ 853 ท่านและประเมินการรับเป็นคดีสาธารณะ
ระยะสั้น: หา 5 ขุนพลทัพหน้ารายได้ ≤3,700 บาท/เดือน เปิดช่องทางช่วยเหลือรายได้น้อย
เป้าหมาย: สภาทนายความแต่งตั้งทีมทนายอาสา → ร่างคำฟ้อง → Class Action ต่อศาลแรงงาน/ศาลปกครอง
⚖️ ยังไม่ได้เข้าร่วม? ยังไม่สายเกินไป
จำนวนสมาชิกคือหลักฐานที่แข็งแกร่งที่สุด — ร่วมกันให้ครบ 1,000+ คน เพื่อพิสูจน์ว่าคดีนี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ