รายงานข่าว: ทีมก้าวหน้ายื่นจดหมาย จี้ ครม. ภายใน 15 วัน

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ กระทรวงแรงงาน กลุ่มตัวแทนผู้ประกันตนและกรรมการประกันสังคม นำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี และ นายชลิต รัษฐปานะ ในนาม "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดนำ สูตรบำนาญ CARE (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การอนุมัติของ ครม. อย่างเร่งด่วน

จดหมายเปิดผนึกระบุว่า สูตร CARE ผ่านกระบวนการศึกษาและทำประชาพิจารณ์มานานกว่า 10 ปี โดยอ้างว่ามีผู้เห็นด้วยถึง 77.93% และหากมีการบังคับใช้ จะมีผู้ประกันตนกว่า 600,000 คน ได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นทันที ทางกลุ่มจึงขีดเส้นตายให้รัฐมนตรีดำเนินการออกกฎกระทรวงภายใน 15 วัน โดยอ้างว่ามีผู้ประกันตนเสียชีวิตไปกว่า 5,000 คน ระหว่างรอความชัดเจน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังรับหนังสือจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า
รมว.แรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
หลังรับหนังสือจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า · 22 เม.ย. 2569
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี มอบหนังสือเรียกร้องสูตร CARE ต่อ รมว.แรงงาน หน้ากระทรวงแรงงาน
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า มอบหนังสือ "ข้อมูล CARE+พรรัตนะ"
ต่อ รมว.แรงงาน · สังเกต: ป้าย #StopCARE ของฝั่งคัดค้านอยู่ด้านหลัง
📋 ไทม์ไลน์กระบวนการ CARE ตามที่กลุ่มก้าวหน้าระบุในจดหมาย

2557–2562: สปส. ศึกษาปัญหาสูตรบำนาญ — 2566: ILO เสร็จสมบูรณ์ — ต.ค. 2567: บอร์ดใหญ่ส่งอนุกรรมการ — มี.ค. 2568: ประชาพิจารณ์ 6 เดือน — ต.ค. 2568: บอร์ดเห็นชอบ CARE "หลังปรับเพดานค่าจ้าง 2569" — เม.ย. 2569: ยังอยู่บนโต๊ะรัฐมนตรี ไม่มีความคืบหน้า

จดหมายเปิดผนึกทีมประกันสังคมก้าวหน้า หน้าที่ 1 — ความเร่งด่วน 600,000 คน และไทม์ไลน์ 10 ปี
จดหมายเปิดผนึก หน้า 1 — ความเร่งด่วนและกระบวนการที่ผ่านมา
จดหมายเปิดผนึกทีมประกันสังคมก้าวหน้า หน้าที่ 2 — ข้อเรียกร้อง ออกกฎกระทรวงภายใน 15 วัน
จดหมายเปิดผนึก หน้า 2 — ข้อเรียกร้องให้ออกกฎกระทรวงใน 15 วัน

บทวิเคราะห์เชิงลึก: 3 คำถามที่พวกเขาไม่ตอบ

ภาพที่ดูเหมือนการต่อสู้เพื่อผู้ประกันตน เมื่อมองผ่านข้อเท็จจริงและข้อกังวลที่ หมอบูรณ์และเครือข่าย "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" พยายามส่งสัญญาณเตือนมาตลอด จะพบว่านี่อาจไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่คือ "การเร่งรัดผูกมัดผู้ประกันตนเข้าสู่กับดักที่อันตรายที่สุด"

❌ สิ่งที่พวกเขาอ้าง

"600,000 คนจะได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นทันที" — 77.93% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วย

✅ ความจริงที่ไม่ถูกพูดถึง

ผู้ที่ "ได้บำนาญเพิ่ม" ส่วนใหญ่คือกลุ่ม ม.39 ที่ฐานถูกลดไปแล้ว แต่สิ่งที่ไม่ถูกพูดถึงคือ ผู้ประกันตน ม.33 อีกนับล้านคนที่ส่งเงินสมทบฐานสูงสุดมาตลอดชีวิต จะสูญเสียบำนาญในอนาคต หลักพันบาทต่อเดือน เพราะสูตร CARE จะนำเงินเดือนต่ำๆ สมัยเริ่มทำงาน 20–30 ปีที่แล้ว มาถ่วงหารเฉลี่ย

❌ สิ่งที่พวกเขาอ้าง

"ความเร่งด่วน 15 วัน — มีผู้ประกันตนเสียชีวิตไปกว่า 5,000 คนระหว่างรอ"

✅ คำถามที่ต้องถามกลับ

ความเร่งด่วนที่แท้จริงคือการผลักดัน "สูตรที่ยังเต็มไปด้วยข้อกังขา" ให้ผ่าน ครม. โดยไม่ให้สังคมตั้งตัว หากจริงใจต่อผู้ประกันตน ทำไมไม่ผลักดันข้อเสนอของหมอบูรณ์ที่ใช้ Best 60M คืนสิทธิตาม ฎีกา 3307/2567? วิธีนั้นคืนความเป็นธรรมได้รวดเร็ว และไม่สร้างความเสียหายให้ใครแม้แต่คนเดียว

❌ สิ่งที่พวกเขาอ้าง

"ประชาพิจารณ์ 77.93% ให้ความเห็นชอบ — ถือว่าผ่านกระบวนการที่ชอบธรรมแล้ว"

✅ ต้องถามกลับว่า

ผู้ตอบแบบสอบถาม "เข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่" ว่าสูตร CARE จะนำเงินเดือนต่ำๆ สมัยเริ่มทำงานเมื่อ 20 ปีก่อน มาเป็นตัวถ่วงหารเฉลี่ยบำนาญในวันนี้? การรณรงค์ของหมอบูรณ์ได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อผู้ประกันตนเข้าใจกลไกของ CARE อย่างแท้จริง เสียงคัดค้านก็ดังกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ

เปรียบโดยตรง: CARE vs. Best 60M ตามฎีกา 3307

ประเด็น 🔴 สูตร CARE (ทีมก้าวหน้าดัน) 🟢 Best 60M + ฎีกา 3307 (หมอบูรณ์)
ฐานคำนวณ เฉลี่ยเงินเดือนตลอดชีพ (ทุกปี รวมสมัยเริ่มทำงาน) ใช้ 60 เดือนที่สูงที่สุด (Best 60M) ตลอดอาชีพ
ผลต่อ ม.33 บำนาญลดลง — เงินเดือนต่ำต้นอาชีพถ่วงค่าเฉลี่ย บำนาญสะท้อนรายได้สูงสุดของชีวิตการทำงาน
ผลต่อ ม.39 ได้เพิ่มบ้าง แต่ปัญหาฐาน 4,800 บาทยังอยู่ ได้รับสิทธิเต็มจาก ม.33 โดยไม่ถูกลดด้วยฐาน ม.39
บรรทัดฐานทางกฎหมาย ร่างกฎกระทรวง — ยังไม่ผ่าน ครม. ฎีกา 3307/2567 — มีผลบังคับใช้แล้ว
ผู้ได้รับผลกระทบลบ ม.33 นับล้านคน ที่มีเส้นทางอาชีพเดียว ไม่มีใครถูกลดบำนาญ — ได้ทุกฝ่าย
ความเป็นธรรม เฉลี่ยความจน แล้วแปะป้ายว่า "ก้าวหน้า" คืนสิทธิตามที่ลูกจ้างควรได้รับตามที่ส่งสมทบจริง

ฎีกา 3307/2567 คือบรรทัดฐานที่มีผลบังคับใช้แล้ว

สิ่งที่ทำให้จุดยืนของหมอบูรณ์มีน้ำหนักทางกฎหมายชัดเจนกว่าคือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 ซึ่งตัดสินไว้แล้วว่า สิทธิบำนาญ ม.33 ต้องคงไว้ตลอดชีพ และห้ามนำฐาน 4,800 บาทของ ม.39 มาเฉลี่ยลดสิทธิที่ ม.33 สะสมมา

✅ ผลคดีตัวอย่าง ฎีกา 3307/2567

บำนาญเพิ่มขึ้นจากพันกว่าบาท → 3,636.05 บาท/เดือน — ด้วยการใช้บรรทัดฐานฎีกาเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องรอกฎกระทรวงฉบับใดเลย

กรณีจริงของสมาชิกกลุ่ม เช่น คุณวรรณา ที่ส่งเงินสมทบ 256 งวด สะสม 198,432 บาท แต่ได้บำนาญเพียง 3,659 บาท/เดือน และ คุณประทีป ที่ทำงาน 34 ปี ได้บำนาญเพียง 1,918 บาท/เดือน ล้วนเป็นหลักฐานว่าระบบปัจจุบันยังไม่เป็นธรรม — แต่ทางออกคือบังคับใช้ฎีกา 3307 ไม่ใช่เร่งสูตร CARE

4 ข้อเรียกร้องของหมอบูรณ์ที่ยังรอคำตอบ

เมื่อ 7 เมษายน 2569 หมอบูรณ์และเครือข่ายได้ยื่นหนังสือ 4 ข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีจุลพันธ์แล้ว ขีดเส้นตาย 30 วัน (ครบ 7 พฤษภาคม 2569) คำตอบยังไม่มา แต่ทีมก้าวหน้ากลับรีบมายื่นจดหมายขีดเส้นตาย CARE อีก 15 วัน

1

แก้ระเบียบการคำนวณบำนาญ ม.39

ให้ใช้ฐานค่าจ้างตาม ม.33 ที่แท้จริง ไม่ถูกลดด้วยฐาน 4,800 บาทของ ม.39

2

จ่ายส่วนต่างย้อนหลัง

คืนเงินส่วนต่างที่ผู้ประกันตนได้รับน้อยกว่าที่ควรได้ตามสิทธิ

3

คืนสิทธิในภาพรวม

ดำเนินการเชิงระบบให้ครอบคลุมผู้ประกันตน ม.39 ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะที่ฟ้องร้อง

4

ตั้งคณะทำงานร่วม

มีตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 39 เข้าร่วมกำหนดนโยบาย ไม่ใช่ตัดสินใจข้างเดียว

สรุป: ทำไมต้องสนับสนุนแนวทางหมอบูรณ์

"สูตร CARE ไม่ใช่ทางออก แต่คือการโอนความล้มเหลวของกองทุนมาให้ลูกจ้างแบกรับ การเดินหน้าฟ้องกลุ่มและเรียกร้องสิทธิตาม ฎีกา 3307 เพื่อให้ทุกคนได้บำนาญจากฐานที่สะท้อนรายได้สูงสุด (Best 60M) ต่างหาก คือความยุติธรรมที่จับต้องได้ ไม่ใช่การเฉลี่ยความจนแล้วแปะป้ายว่าก้าวหน้า!"

— บูรณ์ อารยพล (หมอบูรณ์) | 23 เมษายน 2569

การปรากฏตัวของทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่กระทรวงแรงงานวันนี้ ยิ่งทำให้ข้อเรียกร้องของกลุ่มหมอบูรณ์ชัดเจนและมีน้ำหนักมากขึ้น ตราบใดที่ยังไม่มีการบังคับใช้ฎีกา 3307 อย่างเป็นรูปธรรม สูตร CARE จะเป็นเพียงการสร้างความเหลื่อมล้ำใหม่ขึ้นมาทับซ้อน โดยสมาชิกส่วนหนึ่งได้ประโยชน์ในขณะที่คนอีกนับล้านเสียสิทธิ์ที่พึงมีไปอย่างถาวร

📋 เช็กสิทธิ์และเข้าร่วม Class Action

ถ้าคุณเคยเป็น ม.33 แล้วมาต่อ ม.39 — คุณอาจถูกลดบำนาญโดยไม่รู้ตัว
คำนวณตอนนี้ หรือสมัครเข้าร่วมกลุ่มเพื่อเรียกร้องสิทธิ์