ลูกจ้าง + นายจ้าง + รัฐบาล · ดูได้จากแอป SSO PLUS → ชราภาพ → รายละเอียดรายปี
💡 เลื่อนดูได้ · ปีที่ว่างคิดเป็น ฿0
ระบบจะคำนวณอัตราบำนาญและยอดรายเดือนให้อัตโนมัติ
≤2568: ฿15,000 · 2569–2571: ฿17,500 · 2572–2573: ฿20,000 · 2574+: ฿23,000
ต้องส่งเพิ่มอีก — เดือน จึงจะมีสิทธิ์รับบำนาญรายเดือน
ยอดเงินบำเหน็จที่จะได้รับ รวมดอกผลทบต้น 28 ปี
เงินต้นสะสม (3 ส่วน)
฿ 0.00
ดอกผลสะสม 28 ปี
฿ 0.00
💰 นโยบาย "ขอคืน / ขอกู้" — เงินที่คุณจะได้รับ
ขอเลือก: บำเหน็จ หรือ บำนาญ?
บำเหน็จ (รับเงินก้อน)
฿ 0
รวมดอกผลทั้งหมด
บำนาญ (รายเดือน)
— กรอกขั้นตอนที่ 2
ตลอดชีวิต
หมอบูรณ์ (บูรณ์ อารยพล)
"เงินชราภาพคือเงินของคุณ ผมอาสาแก้กฎหมายให้คุณมีสิทธิ 'เลือก-คืน-กู้' ได้จริง"อ่านประวัติและนโยบายเพิ่มเติม →
บำเหน็จชราภาพคือเงินที่กองทุนประกันสังคมจ่ายคืนให้ผู้ประกันตน มาตรา 33 เมื่อออกจากงานและมีอายุครบ 55 ปี
เงินก้อนนี้มาจาก ลูกจ้าง + นายจ้าง (ส่วนรัฐบาลร่วมสมทบเฉพาะปีที่มีวิกฤต) โดยอัตราและเพดานปรับขึ้นตามกฎกระทรวงแรงงาน:
| ช่วงปี | ฐานสูงสุด | อัตรา | สมทบสูงสุด/เดือน |
|---|---|---|---|
| ≤ 2568 | 15,000 บาท | 3% | 450 บาท |
| 2569–2571 | 17,500 บาท | 3% | 525 บาท ⬅ ปัจจุบัน |
| 2572–2573 | 20,000 บาท | 3% | 600 บาท |
| 2574 เป็นต้นไป | 23,000 บาท | 3% | 690 บาท |
ลูกจ้างส่ง = นายจ้างส่งเท่ากัน · รัฐสมทบเฉพาะบางปีที่มีวิกฤต (ไม่ใช่ทุกเดือน)
เครื่องคำนวณทั่วไปใช้ ดอกเบี้ยเฉลี่ยค่าเดียว ตลอด 28 ปี แต่เครื่องคำนวณนี้ใช้ อัตราดอกเบี้ยจริงแต่ละปี ที่กองทุนประกันสังคมประกาศ:
- ต่ำสุด 0.10% ปี 2551 (วิกฤตการเงินโลก)
- สูงสุด 6.50% ปี 2546
- ปี 2568 ใช้ 2.97% (อัตราจริง ราชกิจจาฯ 1 เม.ย. 2569) · ปี 2569 ใช้ 2.97% (ค่าประมาณ)
- บำเหน็จ — รับเงินก้อนครั้งเดียว เหมาะถ้าต้องการเงินลงทุน ชำระหนี้ หรืออายุขัยไม่แน่นอน
- บำนาญ — รับรายเดือนตลอดชีวิต เหมาะถ้าต้องการรายได้สม่ำเสมอ และส่งสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป
ปัจจุบัน (กฎหมายเดิม) ส่งสมทบไม่ถึง 180 เดือน = ได้เฉพาะบำเหน็จก้อนเดียว ไม่สามารถเลือกบำนาญได้
ถ้าส่งสมทบ น้อยกว่า 12 เดือน จะได้รับ เฉพาะส่วนของตัวเองเท่านั้น
- ❌ ไม่ได้รับส่วนของนายจ้าง
- ❌ ไม่ได้รับส่วนของรัฐบาล
- ❌ ไม่มีดอกเบี้ยใดๆ ทั้งสิ้น
ตัวอย่าง: เงินเดือน 15,000 บาท ส่งสมทบ 10 เดือน จะได้รับคืนเพียง 10 × 450 = 4,500 บาท เท่านั้น
หมอบูรณ์ อารยพล เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมเพื่อให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ์มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ข้อ:
- 🔵 ขอเลือก — เลือกรับบำเหน็จ (เงินก้อน) หรือบำนาญ (รายเดือน) ได้โดยอิสระ ไม่ว่าจะส่งสมทบกี่เดือน
- 🟡 ขอคืน/ขอกู้ — ถอนหรือกู้เงินสะสมบางส่วนได้ สูงสุด 30% ของเงินต้น รวมทุกประเภทไม่เกิน 30,000 บาท
- 🟢 ขอแก้กฎหมาย — ผลักดันให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ในเงินของตนเองอย่างแท้จริง
ถ้าผลคำนวณบำนาญรายเดือนของคุณออกมาต่ำ หมอบูรณ์เสนอนโยบาย Best 60 Months (Best60M) เพื่อแก้ปัญหานี้ในระยะยาว โดยมีหลักการ 2 ข้อ:
- 🔵 เปลี่ยนฐานคำนวณ — ใช้ 60 เดือนที่มีรายได้สูงสุดตลอดอายุงาน แทนการเฉลี่ยทั้งชีวิตแบบสูตร CARE ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ตามมาตรฐานสากล (ฝรั่งเศส 25 ปีดีที่สุด, สหรัฐฯ 35 ปีดีที่สุด)
- 🟡 กำหนดบำนาญขั้นต่ำ 7,000–10,000 บาท/เดือน — สำหรับผู้ส่งสมทบครบเกณฑ์ ต้องไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กระทรวงแรงงานปรับเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณสมทบจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท
- เงินสมทบสูงสุด/เดือนเพิ่มจาก 450 → 525 บาท
- ส่งผลต่อ ฐานคำนวณบำนาญ ให้สูงขึ้น
- ผู้ที่ออกจากงาน ก่อน 2569 ใช้เพดานเดิม
เครื่องคำนวณนี้คำนึงถึงเพดานใหม่ในการคำนวณบำนาญรายเดือนโดยอัตโนมัติ
มีหลายสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขอาจต่างกันเล็กน้อย:
- วันที่ออกจากงาน — กองทุนคำนวณดอกเบี้ยถึงวันที่ออกจริง เครื่องนี้คำนวณถึงสิ้นปี 2569
- เศษเดือน — ถ้าออกกลางปี ดอกเบี้ยของปีนั้นจะคำนวณตามสัดส่วนเดือน
- ปี 2568 — อัตราดอกเบี้ย 2.97% ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว · ปี 2569 — ยังเป็นค่าประมาณ
- ข้อมูล SSO PLUS — แอปอาจแสดงข้อมูลล่าช้าหรือยังไม่อัปเดตล่าสุด
เมื่อสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน (ออกจากงาน / อายุครบ 55 ปี) ต้องยื่นขอรับเงินเอง โดย:
- กรอก แบบ สปส. 2-01 (ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ)
- แนบ บัตรประชาชน, สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
- ยื่นที่ สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือทางออนไลน์ผ่านเว็บ sso.go.th
กองทุนจะโอนเงินเข้าบัญชีภายใน 3–5 วันทำการ หลังอนุมัติ
Breakeven คือการคำนวณว่า "ถ้าเลือกรับบำนาญรายเดือน ต้องมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าไหร่ ถึงได้เงินรวมมากกว่าการรับบำเหน็จก้อนเดียว"
ตัวอย่าง: บำเหน็จ 600,000 บาท บำนาญ 4,000 บาท/เดือน
→ Breakeven = 55 + (600,000 ÷ 4,000) = 55 + 150 เดือน = 55 + 12.5 ปี = อายุ 67.5 ปี
ถ้าอายุขัยเกิน 67.5 ปี → เลือกบำนาญคุ้มกว่า
ถ้าอายุขัยไม่ถึง 67.5 ปี → เลือกบำเหน็จคุ้มกว่า
ไม่มีการบันทึกข้อมูลใดๆ ไปยัง server ทั้งสิ้น การคำนวณทั้งหมดเกิดขึ้นใน browser ของคุณเท่านั้น
- ✅ ข้อมูลอยู่ในหน้าเว็บเท่านั้น
- ✅ ปิดหน้าต่าง = ข้อมูลหายหมด
- ✅ ใช้ปุ่ม "บันทึก URL" เพื่อเก็บผลลัพธ์ไว้กับตัวเอง
ผู้ประกันตนที่ส่งสมทบ น้อยกว่า 180 เดือน (<15 ปี) สามารถขอรับ บำเหน็จชราภาพ (เงินก้อนเดียวพร้อมผลประโยชน์) ได้เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่ง:
- มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
- ทุพพลภาพ
- เสียชีวิต (ทายาทตามกฎหมายรับแทน)
- แรงงานต่างด้าว: เดินทางกลับประเทศและไม่กลับมาทำงานในไทยอีก
หากส่งสมทบ ครบ 180 เดือน ขึ้นไป จะได้รับ บำนาญชราภาพ (รายเดือนตลอดชีพ) แทน
ได้รับ — แต่ผู้มีสิทธิ์ ไม่ใช่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่ง ต้องเป็นบุคคลตาม มาตรา 77 จัตวา แห่ง พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 เท่านั้น ซึ่งได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเต็มจำนวนรวมดอกเบี้ยทบต้น
ลำดับผู้มีสิทธิ์:
- ลำดับที่ 1: สามี/ภรรยา · บุตร · บิดามารดา และ บุคคลที่ผู้ประกันตนระบุชื่อไว้
- ลำดับที่ 2 (ถ้าไม่มีลำดับ 1): พี่น้อง · ปู่ย่าตายาย · ลุงป้าน้าอา ตามลำดับ
ยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกสาขา
ไม่หายไปไหน เงินสะสมและดอกเบี้ยในกองทุนชราภาพยังคงอยู่ครบ เพียงแต่เงินสมทบรายเดือนจะเปลี่ยนจากฐานเงินเดือนจริงเป็นฐาน ม.39 (เดือนละ 432 บาท ปี 2567) แทน
บำเหน็จ = รับครั้งเดียว เหมาะถ้าต้องการเงินก้อน หรืออายุขัยต่ำกว่าจุดคุ้มทุน บำนาญ = รับรายเดือนตลอดชีพ เหมาะถ้าส่งครบ 180 เดือนและมีสุขภาพดี ใช้ Breakeven Calculator ด้านบนช่วยตัดสินใจได้
ใส่เงินสมทบชราภาพส่วนของลูกจ้าง (ไม่ใช่อัตรารวม) ดูจากสลิปเงินเดือนหรือแอป SSO PLUS คอลัมน์ "ชราภาพ" ของแต่ละปี:
| ช่วงปี | ฐาน | อัตราชราภาพ | สูงสุด/เดือน |
|---|---|---|---|
| 2542–2568 | 15,000 บาท | 3% | 450 บาท |
| 2569–2571 ⬅ | 17,500 บาท | 3% | 525 บาท |
| 2572–2573 | 20,000 บาท | 3% | 600 บาท |
| 2574+ | 23,000 บาท | 3% | 690 บาท |
⚠️ อย่าใส่เงินสมทบรวม (5% ทุกกองทุน) — ใส่เฉพาะส่วนชราภาพ 3% เท่านั้น แต่ละปีสามารถใส่คนละค่าได้ ปุ่ม "ใส่ทุกปีเท่ากัน" ช่วยกรอกเร็วขึ้น
CARE เป็นสูตรคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่ SSO เสนอ ซึ่งจะทำให้บำนาญลดลงสูงสุดถึง 30–50% สำหรับผู้ที่ส่งนานแต่ฐานเงินเดือนต่ำ หมอบูรณ์เสนอสูตร B60M แทน เพื่อให้ทุกคนได้รับอย่างน้อย 60% ของค่าจ้างขั้นต่ำ อ่านรายละเอียดที่ boonarayapon.com
ยังไม่ได้ ต้องรอจนครบเงื่อนไข: อายุครบ 55 ปี + ออกจากงาน + ส่งสมทบ 180 เดือนขึ้นไป (สำหรับบำนาญ) หรือส่งน้อยกว่า 180 เดือนรับเป็นบำเหน็จ ยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกสาขา
กฎกระทรวงแรงงานปรับทั้งอัตราและเพดานแบบขั้นบันได อัตราสมทบรวมทุกกองทุน (ชราภาพ + สุขภาพ + อื่นๆ) คือ:
มาตรา 33: ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐ 2.75% ของเงินเดือนตามเพดาน
มาตรา 39: ผู้ประกันตน 9% + รัฐ 2.75% คำนวณจากฐานสมมติ 4,800 บาท/เดือน
เฉพาะส่วนที่เก็บสะสมเป็น กองทุนชราภาพ (ม.33) ปรับเพดานเป็นขั้นบันได:
| ช่วงปี | ฐาน | อัตราชราภาพ | ลูกจ้าง/เดือน |
|---|---|---|---|
| ≤ 2568 | 15,000 บาท | 3% | 450 บาท |
| 2569–2571 ⬅ | 17,500 บาท | 3% | 525 บาท |
| 2572–2573 | 20,000 บาท | 3% | 600 บาท |
| 2574+ | 23,000 บาท | 3% | 690 บาท |
นายจ้างส่งเท่าลูกจ้าง · รัฐสมทบชราภาพเฉพาะช่วงวิกฤต · ม.39 ใช้ฐาน 4,800 × 6% = 288 บาท/เดือน เข้ากองชราภาพ
⚠️ ช่องกรอกในเครื่องคำนวณนี้ใส่ เงินสมทบจริงของลูกจ้าง ไม่ใช่เงินเดือน — ตรวจสอบสลิปแต่ละปีเพื่อความถูกต้อง
มาตรา 40 มีบำเหน็จชราภาพ (ทางเลือก 2 และ 3) พร้อมดอกผลทบต้นรายปีตามอัตราจริงจากราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่ปี 2554–2569 — แต่โครงสร้างต่างจาก ม.33/39 จึงมีเครื่องคำนวณเฉพาะ
ได้ กด "🔗 บันทึก URL" ระบบจะเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดไว้ใน URL แล้วคัดลอกลิงก์อัตโนมัติ ส่งให้ใครก็จะเห็นผลลัพธ์เดียวกันทันที หรือกด "📸 บันทึกรูปผลลัพธ์" แล้วโพสต์ใน LINE/Facebook ได้เลย