เจาะลึก เปรียบเทียบ ตัวอย่างคำนวณ สิทธิผู้ประกันตน และสิ่งที่ต้องทำ — รวมทุกคำถามที่พบบ่อยที่สุดไว้ในที่เดียว อัปเดตล่าสุดสิงหาคม 2569
บทความนี้เปรียบเทียบสูตร CARE (ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย) กับข้อเสนอ Best 60M ของหมอบูรณ์ อารยพล ซึ่งเป็นข้อเสนอนโยบาย ไม่ใช่กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน — ระบบที่ใช้จริงอยู่ตอนนี้ (ก่อน CARE มีผลบังคับใช้) คือฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนละระบบกับทั้งสองสูตรที่กำลังถกเถียงกัน ตัวอย่างการคำนวณในบทความนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การคำนวณจากข้อมูลจริงรายบุคคล
คำถาม 1-5 — ทำความเข้าใจก่อนว่าแต่ละสูตรคืออะไร
CARE (Career Average Revalued Earnings) คือสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพแบบใหม่ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ฐานเงินเดือนช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณ มาเป็นการเฉลี่ยรายได้ตลอดทั้งอายุการทำงานที่ส่งเงินสมทบ พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้สะท้อนมูลค่าปัจจุบัน (revalued)
Best 60M (Best 60 Months) คือข้อเสนอของหมอบูรณ์ อารยพล ให้ใช้ 60 เดือนที่มีฐานค่าจ้างสูงที่สุดตลอดประวัติการทำงานทั้งหมดของผู้ประกันตนเป็นฐานคำนวณบำนาญ ไม่ว่า 60 เดือนนั้นจะอยู่ช่วงไหนของชีวิตการทำงาน แทนที่จะบังคับใช้ 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณตามระบบปัจจุบัน ซึ่งมักเป็นช่วงที่รายได้ลดลงจากการใกล้เกษียณ ลดชั่วโมงงาน หรือเปลี่ยนไปทำงานที่เบากว่า
ระบบที่ใช้จริงอยู่ในปัจจุบัน (ก่อน CARE มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย) คำนวณจากฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนออกจากงาน — นี่คือคนละระบบกับทั้ง CARE และ Best 60M ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ พูดง่ายๆ คือตอนนี้มี 3 ระบบที่เกี่ยวข้องกัน: ระบบปัจจุบัน (60 เดือนสุดท้าย) ระบบที่รัฐเสนอใหม่ (CARE) และระบบที่หมอบูรณ์เสนอเป็นทางเลือก (Best 60M)
ยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ร่างกฎกระทรวงยังต้องผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8-10 เดือนจากวันที่ ครม. อนุมัติ
ครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนสูตรคำนวณ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เกษียณและยังคงส่งเงินสมทบอยู่ในขณะที่สูตรใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้
คำถาม 6-10 — เปรียบเทียบหลักการและผลกระทบ
| ประเด็น | Best 60M | CARE |
|---|---|---|
| ฐานคำนวณ | 60 เดือนที่ดีที่สุดตลอดชีวิตการทำงาน | เฉลี่ยรายได้ตลอดทั้งชีวิตการทำงาน |
| ผลกระทบจากรายได้ตอนต้นอาชีพ | ไม่กระทบ (เลือกเฉพาะเดือนที่ดีที่สุด) | กระทบ (รายได้น้อยตอนเริ่มงานถูกนำมาเฉลี่ยด้วย) |
| เหมาะกับคนที่รายได้ไม่สม่ำเสมอ | เหมาะมาก | อาจเสียเปรียบ |
| สถานะปัจจุบัน | ข้อเสนอนโยบาย ยังไม่บังคับใช้ | ครม. อนุมัติในหลักการแล้ว รอกฤษฎีกา |
เพราะ Best 60M เลือกเฉพาะช่วงที่รายได้สูงที่สุด 60 เดือนมาเป็นฐานคำนวณ ในขณะที่ CARE นำรายได้ทุกเดือนตลอดชีวิตการทำงานมาเฉลี่ยรวมกัน รวมถึงช่วงเริ่มต้นทำงานที่มักมีเงินเดือนต่ำ ทำให้ค่าเฉลี่ยโดยรวมถูกดึงลงมา
ผู้ประกันตนมาตรา 39 (อดีตมาตรา 33 ที่ออกจากงานแล้วสมัครใจส่งเงินสมทบต่อ) มักมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะฐานเงินสมทบมาตรา 39 ต่ำกว่ามาตรา 33 อย่างมาก การเปลี่ยนสูตรคำนวณจึงอาจกระทบสัดส่วนบำนาญของกลุ่มนี้รุนแรงกว่า โดยเฉพาะกรณีที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 มาเป็น 39 ก่อนเกษียณไม่นาน
ภายใต้ CARE คนที่มีช่วงว่างงานหรือเปลี่ยนงานบ่อย (ทำให้มีเดือนที่ไม่ได้ส่งเงินสมทบหรือส่งในอัตราต่ำแทรกอยู่) จะมีค่าเฉลี่ยรายได้ตลอดชีวิตการทำงานที่ต่ำกว่าคนที่ทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่ Best 60M ไม่ได้รับผลกระทบจากช่วงว่างงานเหล่านี้ เพราะเลือกเฉพาะ 60 เดือนที่ดีที่สุด
ตามข้อมูลที่กระทรวงแรงงานนำเสนอ ผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตการทำงาน หรือผู้ที่มีรายได้สูงในช่วงต้นอาชีพมากกว่าช่วงท้าย อาจได้รับประโยชน์จาก CARE มากกว่าระบบเดิม เนื่องจากการเฉลี่ยตลอดชีวิตอาจให้ฐานคำนวณที่สูงกว่าการใช้เฉพาะ 60 เดือนสุดท้ายที่รายได้ลดลง
ในทางเทคนิคทำได้ หากออกแบบให้เป็นระบบทางเลือก (opt-in/opt-out) ให้ผู้ประกันตนแต่ละคนเลือกได้เองว่าจะใช้สูตรไหน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เครือข่ายแรงงาน รวมถึงนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. เคยเสนอในการหารือกับกระทรวงแรงงานเมื่อ 3 สิงหาคม 2569
คำถาม 11-14 — ตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ (ไม่ใช่การคำนวณจริงรายบุคคล)
นี่คือปัญหาหลักที่ทั้งฝ่ายคัดค้าน CARE และฝ่ายเสนอ Best 60M เห็นตรงกัน คือระบบเดิมที่ใช้ 60 เดือนสุดท้ายอาจไม่ยุติธรรมกับคนที่รายได้ลดลงช่วงปลายอาชีพ
เห็นได้ชัดว่า Best 60M ช่วยให้ฐานคำนวณสะท้อนรายได้ที่แท้จริงตลอดการทำงาน ไม่ถูกฉุดลงจากช่วงปลายอาชีพที่รายได้ลด
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า สำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้สูงสุดในช่วงกลางอาชีพแล้วลดลงช่วงท้าย CARE อาจให้ฐานคำนวณสูงกว่าระบบปัจจุบัน (60 เดือนสุดท้าย) แต่ยังต่ำกว่า Best 60M ทั้งนี้ตัวเลขจริงจะแตกต่างกันไปตามประวัติรายได้ของแต่ละคน
เพราะบำนาญจริงขึ้นอยู่กับประวัติเงินเดือนและระยะเวลาส่งเงินสมทบที่แตกต่างกันของผู้ประกันตนแต่ละคน ตัวอย่างในบทความนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพหลักการเปรียบเทียบเท่านั้น ผู้ที่ต้องการทราบตัวเลขที่ใกล้เคียงสถานการณ์ของตัวเองควรตรวจสอบประวัติการส่งเงินสมทบผ่านแอป SSO Connect หรือสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
คำถาม 15-17 — ตรวจสอบคำกล่าวอ้างของภาครัฐ
ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด — คำกล่าวอ้างนี้ครอบคลุมเฉพาะผู้รับบำนาญปัจจุบันและผู้ที่จะเกษียณในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน (พ.ศ. 2568-2573) เท่านั้น และความคุ้มครองนี้ลดหลั่นลงเป็นรายปี ไม่ใช่การคุ้มครองแบบถาวรสำหรับผู้ประกันตนทุกคน รายละเอียดเต็มอยู่ในบทความ Fact-Check ที่เชื่อมโยงท้ายบทความนี้
ผู้ที่ได้รับความคุ้มครองเต็มที่คือ 2 กลุ่มหลัก: (1) ผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วในปัจจุบัน และ (2) ผู้ที่จะเกษียณและเริ่มรับบำนาญภายในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน นอกเหนือจากสองกลุ่มนี้ ความคุ้มครองจะเริ่มลดหลั่นลง
ตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้ ผลกระทบต่อผู้ประกันตนที่อยู่นอกช่วงคุ้มครอง 5 ปีแรกจะเริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่มักไม่ถูกเน้นย้ำเท่ากับคำกล่าวอ้าง "ไม่มีใครเสียประโยชน์" ในการประชาสัมพันธ์
คำถาม 18-20 — สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้
ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดให้เลือกอย่างเป็นทางการ นี่คือหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของเครือข่ายแรงงานและหมอบูรณ์ — เสนอให้เปิดระบบทางเลือก (opt-in/opt-out) ให้ผู้ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วระยะหนึ่งสามารถเลือกได้เองว่าจะอยู่ในสูตรเดิมหรือสูตรใหม่ แทนที่จะบังคับใช้สูตรเดียวกับทุกคน
ผู้ประกันตนที่ไม่เห็นด้วยสามารถติดตามและร่วมเคลื่อนไหวกับเครือข่ายแรงงานที่คัดค้านสูตร CARE ซึ่งมีการยื่นหนังสือคัดค้านต่อรัฐบาลตั้งแต่ 21 กรกฎาคม 2569 และจัดกิจกรรมต่อเนื่อง รวมถึงติดตามการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนประกาศใช้จริง
ม.39 Class Action เป็นความเคลื่อนไหวแยกต่างหากที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการคำนวณบำนาญของผู้ประกันตนที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 มาเป็นมาตรา 39 ก่อนเกษียณ อ้างอิงฎีกา 3307/2567 ซึ่งเป็นปัญหาคนละประเด็นกับสูตร CARE โดยตรง แต่มีความเชื่อมโยงกันในภาพรวมเรื่องความเป็นธรรมของการคำนวณบำนาญ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า ม.39 Class Action ของเว็บไซต์นี้
คำถาม 21-24 — CARE อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ "ในหลักการ" ร่างกฎกระทรวงปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามสูตร CARE เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ — คำว่า "ในหลักการ" สำคัญมาก เพราะหมายความว่ายังไม่ใช่กฎหมายที่บังคับใช้ได้ทันที ยังต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติม
ร่างกฎกระทรวงต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาความถูกต้องทางกฎหมาย จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันประกาศ ระหว่างขั้นตอนกฤษฎีกานี้เอง ที่เครือข่ายแรงงานและหมอบูรณ์ได้ยื่นหนังสือคัดค้านเพื่อขอให้ทบทวน
กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ ครม. อนุมัติในหลักการจนถึงมีผลบังคับใช้จริง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน ซึ่งหมายความว่ายังมีเวลาสำหรับการเคลื่อนไหวคัดค้านหรือเรียกร้องให้ทบทวนก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้จริง
เครือข่ายแรงงาน นำโดยสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ยื่นหนังสือคัดค้านต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ตามด้วยการประชุมหารือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเมื่อ 3 สิงหาคม และการชุมนุมที่หน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 พร้อมนัดติดตามความคืบหน้าอีกครั้งวันที่ 6 กันยายน 2569
คำถาม 25-27 — สำหรับคนที่กำลังวางแผนเกษียณในไม่กี่ปีนี้
ตามคำกล่าวอ้างของรัฐ ผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วในปัจจุบันจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตร เพราะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองเต็มที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม ควรติดตามรายละเอียดกฎกระทรวงฉบับสมบูรณ์เมื่อประกาศใช้จริง เพื่อยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขอื่นที่กระทบสิทธิที่ได้รับอยู่
ควรตรวจสอบว่าตนเองอยู่ในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน (คุ้มครองเต็มที่) หรือไม่ ผ่านการติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคม และตรวจสอบประวัติเงินเดือนของตัวเองผ่าน SSO Connect เพื่อประเมินว่าฐานคำนวณแบบไหน (60 เดือนสุดท้าย หรือเฉลี่ยตลอดชีพ) จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับกรณีของตัวเอง
นี่เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน 100% เรื่องวันบังคับใช้จริงและรายละเอียดของกฎกระทรวงฉบับสมบูรณ์ บทความนี้ไม่สามารถให้คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคลได้ ผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณควรปรึกษาสำนักงานประกันสังคมโดยตรง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงิน ประกอบกับการติดตามความคืบหน้าของกฎหมายอย่างใกล้ชิด
คำถาม 28-30 — บทบาทของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในเรื่องนี้
หมอบูรณ์ เบอร์ 2 ยืนยันจุดยืนคัดค้านการบังคับใช้สูตร CARE แบบไม่มีทางเลือก เสนอให้ใช้สูตร Best 60M เป็นทางเลือกหลักหรือทางเลือกคู่ขนาน และเรียกร้องให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณบำนาญเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมตัดสินใจ
คณะกรรมการประกันสังคมคือผู้มีอำนาจโดยตรงในการกำหนด ทบทวน และควบคุมรายละเอียดการบังคับใช้สูตรคำนวณสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงมาตรการเปลี่ยนผ่าน ไม่ว่าสูตร CARE จะผ่านขั้นตอนกฤษฎีกาไปในทิศทางใด การมีตัวแทนอิสระในบอร์ดที่เข้าใจและให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมของผู้ประกันตนยังคงมีความสำคัญเสมอ
เริ่มจาก (1) ติดตามข่าวสารความคืบหน้าของสูตร CARE อย่างต่อเนื่อง (2) ตรวจสอบประวัติเงินเดือนและเงินสมทบของตัวเองผ่าน SSO Connect (3) ศึกษานโยบายของผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมแต่ละคนก่อนตัดสินใจลงคะแนน และ (4) ใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อถึงเวลา เพื่อส่งตัวแทนที่เข้าใจปัญหานี้เข้าไปทำงานในบอร์ดจริง
กากบาทเลือกได้สูงสุด 7 หมายเลข — ฝากเลือกหมอบูรณ์เบอร์ 2 ไว้ในใจด้วยนะครับ
📋 อ่านนโยบาย 7+1 ฉบับเต็ม → 🎯 กลยุทธ์ทิ้งดิ่งเบอร์เดียว →