📋 ทำไมต้องยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน?
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 คือก้าวสำคัญในการต่อสู้เพื่อสิทธิบำนาญของผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ — กลุ่ม "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" ในนามของผู้เสียหาย 1,447 คน ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการ เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหรือระเบียบ ที่ขัดต่อกฎหมาย — นี่คือช่องทางที่ทรงพลังที่สุดที่ประชาชนสามารถใช้ได้ โดยไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีด้วยตนเอง
บริบทสำคัญ: สำนักงานประกันสังคมยังคงใช้ระเบียบเดิมในการคำนวณบำนาญ ทั้งที่ศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานในคดีที่ 3307/2567 ไว้ชัดเจนว่าวิธีการคำนวณดังกล่าวไม่ถูกต้อง — ส่งผลให้ผู้ประกันตนได้รับบำนาญต่ำกว่าที่ควรได้รับถึง 2.1 เท่า
⏱️ ไทม์ไลน์การดำเนินการ
2 มิ.ย. 2569 · 14:59-15:01 น.
🖥️ ทัพหลัง — ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บผู้ตรวจการแผ่นดิน
สมาชิกแนวหลังเริ่มยื่นคำร้องผ่าน oic.ombudsman.go.th โดยได้รับหมายเลขอ้างอิง E_I842/2569 และ E_I843/2569 สถานะ "รับเรื่องร้องเรียนแล้ว" ยืนยันว่าระบบได้รับข้อมูลครบถ้วน
4 มิ.ย. 2569 · 08:30 น.
🏢 ทัพหน้า — บุกยื่นหนังสือที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
บูรณ์ อารยพล และนายสหรรษ ลิ้มลักษณา พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย เดินทางไปยื่นหนังสือโดยตรงที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร B โซน C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
นับจากวันรับหนังสือ
⏰ กำหนด 30 วัน
ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องดำเนินการหรือแจ้งผลเบื้องต้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ถ้าไม่มีการดำเนินการ
⚖️ ยื่นฟ้องศาลปกครองด้วยตนเอง
กลุ่มผู้เสียหายพร้อมนำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองด้วยตนเองตามสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
📄 สาระหนังสือที่ยื่น — ขอ 2 สิ่ง
ข้อเรียกร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
1
ขอให้ตรวจสอบ ระเบียบของ สปส. ที่นำฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายของมาตรา 39 มาลบล้างฐานมาตรา 33 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนหรือไม่
2
ขอให้เสนอเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎ ระเบียบ หรือคำสั่งของ สปส. ที่คำนวณไม่เป็นธรรม และบังคับให้ปรับแนวทางตามหลัก "แยกกระเป๋าคำนวณ" ตามฎีกา 3307/2567
⚠️ กำหนด 30 วัน — หากพ้นกำหนดโดยไม่มีการดำเนินการ กลุ่มผู้เสียหายจะนำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองด้วยตนเองทันที
🖥️ หลักฐานการยื่นออนไลน์ — ก่อน 4 มิ.ย.
✅ ระบบรับเรื่องร้องเรียนแล้ว · 2 มิ.ย. 2569
รายการร้องเรียน E_I842/2569 และ E_I843/2569 · สถานะ: รับเรื่องแล้ว
รายละเอียดคำร้อง E_I843/2569 · วันที่ส่ง 2 มิ.ย. 2569 · รับเรื่องวันเดียวกัน
เนื้อหาคำร้อง — อ้างอิงฎีกา 3307/2567 และข้อเท็จจริงความเสียหาย
ไฟล์แนบครบถ้วน — ฎีกา 3307, ข้อมูลส่งสมทบ, หนังสือถึงผู้ตรวจการ
⚖️ พื้นฐานทางกฎหมาย — ฎีกา 3307/2567
หัวใจของคดีนี้คือบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวางไว้ในคำพิพากษาที่ 3307/2567 ซึ่งระบุชัดเจนว่าการคำนวณบำนาญต้องใช้ "แยกกระเป๋าคำนวณ" โดย
- ฐานค่าจ้าง ม.33 (สูงสุด 15,000 บาท) ยังคงอยู่เป็นฐานคำนวณบำนาญชั้นต้น ไม่ถูกลบล้างเมื่อเปลี่ยนมาตรา
- ช่วง ม.39 เพิ่มอัตราบำนาญขึ้น 1.5% ต่อปี โดยคำนวณบนฐาน ม.33 เดิม ไม่ใช่ฐาน 4,800 บาทของ ม.39
- ผลลัพธ์: บำนาญที่ถูกต้อง = 3,636 บาท/เดือน ไม่ใช่ 1,320 บาทที่ สปส. คำนวณ
แต่สำนักงานประกันสังคมยังคงเพิกเฉยและใช้ระเบียบเดิม ทั้งที่บรรทัดฐานนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและกระทบต่อผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน ทั่วประเทศ
"เราไม่ได้ขอสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา
เราขอคืนสิ่งที่เป็นของเราอยู่แล้ว
ตามบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาตัดสินแล้ว"
— บูรณ์ อารยพล · 4 มิ.ย. 2569
🔢 ตัวเลขที่หนังสือนี้แบกรับ
1,447 คนที่ลงชื่อคือ:
· อายุเฉลี่ย 56.8 ปี · กลุ่มใหญ่สุดคือ 55-59 ปี (43.4%)
· 94.7% ได้รับบำนาญต่ำกว่าเส้นยากจน 3,078 บาท
· เงินเดือน ม.33 เฉลี่ย 17,785 บาท/เดือน แต่ได้บำนาญแค่ 1,731 บาท
· กระจายอยู่ใน 10+ จังหวัดทั่วประเทศ
ขั้นตอนต่อไป:
1. ผู้ตรวจการแผ่นดินรับเรื่องและพิจารณาภายใน 30 วัน
2. ถ้าดำเนินการ → เสนอศาลปกครองเพิกถอนระเบียบ สปส.
3. ถ้าไม่ดำเนินการ → กลุ่มผู้เสียหายยื่นฟ้องศาลปกครองด้วยตนเอง
4. ขนาดไหนก็ตาม — เราไม่หยุด
⚖️
ยังไม่ได้ร่วม? เข้าร่วม Class Action ม.39
ยังเปิดรับอยู่ · พลังมากขึ้นทุกคนที่เข้าร่วม →
📊
เปิดข้อมูลจริง 1,447 คน — ตัวเลขที่บอกทุกอย่าง
94.7% ต่ำกว่าเส้นยากจน · ดูข้อมูลเต็ม →
🗳️
ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ก่อน 15 ก.ค.
ส่งคนเข้าไปเฝ้าเงิน 2.88 ล้านล้านบาท →
✊ การต่อสู้ยังไม่จบ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
1,447 คนเริ่มไปแล้ว — ยิ่งมากยิ่งมีพลัง
ร่วม Class Action · ลงทะเบียนเลือกตั้ง · แชร์ข่าว