การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นการแข่งขันว่า "ใครจะได้ที่นั่งมากที่สุด" เพราะคำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ เรากำลังเลือกคนเข้าไปตรวจสอบอำนาจ หรือกำลังสร้างโครงสร้างอำนาจใหม่ที่อาจรวมศูนย์มากกว่าเดิม?
ระบบประกันสังคมถูกออกแบบบนหลัก ไตรภาคี (Tripartism) — มีทั้งฝ่ายรัฐ ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตนเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการประกันสังคม หลักคิดสำคัญของระบบลักษณะนี้ไม่ใช่การให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะทุกเรื่อง แต่คือการทำให้เกิดการถ่วงดุล ตรวจสอบ และรับฟังผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
สิ่งที่อยู่บนโต๊ะไม่ใช่เรื่องเล็ก — คือเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนหลายล้านคน รวมถึงทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคมมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาทในระยะยาว
สมมติว่าในการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่ง — ไม่ว่าครั้งนี้หรือครั้งต่อๆ ไปในอนาคต — มีเครือข่ายหนึ่งประกาศเป้าหมายว่าจะเอาที่นั่งฝ่ายผู้ประกันตนมาให้ได้ทั้ง 14 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งเดียว ในทางประชาธิปไตย การแข่งขันเช่นนี้ย่อมทำได้ การอยากชนะการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องผิด
แต่สิ่งที่สังคมมีสิทธิถามต่อคือ:
นี่ไม่ใช่คำถามว่า "ใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี" แต่เป็นคำถามว่า "เราออกแบบระบบให้ต้องพึ่งพาความดีของบุคคล หรือออกแบบให้ระบบสามารถตรวจสอบบุคคลได้?" สองเรื่องนี้แตกต่างกันอย่างมาก
การเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยไม่ได้มีความหมายเพียงว่า "ใครได้คะแนนมากที่สุดก็มีสิทธิทำทุกอย่าง" ประชาธิปไตยที่แข็งแรงต้องมีทั้ง:
| องค์ประกอบ | ทำไมถึงจำเป็น |
|---|---|
| การเลือกตั้ง | ให้ความชอบธรรมกับผู้ดำรงตำแหน่ง |
| การตรวจสอบ | ป้องกันการใช้อำนาจผิดวัตถุประสงค์ |
| การถ่วงดุล | ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจได้เบ็ดเสร็จ |
| ความหลากหลายของตัวแทน | สะท้อนผลประโยชน์ที่แตกต่างของกลุ่มต่างๆ |
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่บริหารเงินของผู้ประกันตน หากมีฝ่ายหนึ่งครองเสียงในบอร์ดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ความหลากหลายของมุมมองย่อมลดลง และหากยังมีการเชื่อมโยงกับช่องทางอำนาจอื่นอยู่แล้ว คำถามเรื่อง "การรวมศูนย์อำนาจ" ก็ยิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือ พรรคการเมืองที่มีตัวแทนในสภาอยู่แล้ว ย่อมมีช่องทางใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติผ่านกลไกปกติของประเทศอยู่แล้ว — ผ่านการเสนอกฎหมาย การอภิปราย การกำกับนโยบายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม บอร์ดไตรภาคีอย่างบอร์ดประกันสังคมจึงถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ที่เสียงของผู้ประกันตนและนายจ้างโดยตรง ไม่ใช่เสียงทางการเมืองที่มีช่องทางอยู่แล้ว เข้ามามีอำนาจตัดสินใจเรื่องกองทุนที่เป็นเงินของประชาชน
เมื่อกลุ่มการเมืองกลุ่มใดก็ตาม — ไม่ว่าจะสังกัดพรรคที่อยู่ในรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน — พยายามผูกที่นั่งไตรภาคีเข้ากับเครือข่ายทางการเมืองของตน จึงเป็นคำถามที่ควรถูกตั้งเสมอ ไม่ใช่เพราะพรรคนั้นเป็นพรรคอะไร แต่เพราะหลักการออกแบบระบบไตรภาคีมีไว้เพื่อกันไม่ให้อำนาจทางการเมืองที่มีช่องทางอื่นอยู่แล้ว มาผูกขาดที่นั่งซ้ำอีกชั้นหนึ่ง
ไม่ว่าเครือข่ายใดจะประกาศเป้าหมายกวาดที่นั่งทั้งหมดในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือครั้งต่อไปในอนาคต คำถามเหล่านี้ควรถูกตอบอย่างตรงไปตรงมา:
คำตอบของคำถามเหล่านี้สำคัญกว่าการประกาศว่าใคร "ปฏิรูป" มากแค่ไหน เพราะการปฏิรูปที่แท้จริงต้องพิสูจน์ได้จากโครงสร้างที่สร้างขึ้น ไม่ใช่เพียงจากคำพูดบนเวทีหาเสียง
กองทุนประกันสังคมเป็นของผู้ประกันตนทุกคน นี่จึงไม่ควรเป็นการต่อสู้ระหว่าง "ฝ่ายเรา" กับ "ฝ่ายเขา" แต่ควรเป็นการถกเถียงว่าเราจะสร้างบอร์ดประกันสังคมแบบไหน ให้ผู้ประกันตนมั่นใจได้ว่าไม่มีใครสามารถครอบงำระบบได้ง่ายเกินไป — ไม่ว่าผู้ที่ชนะการเลือกตั้งในวันนี้หรือวันข้างหน้าจะเป็นใครก็ตาม
เพราะเราไม่ได้กำลังเลือกเพียง "คนที่จะบริหาร" เรากำลังเลือกด้วยว่า "ใครจะมีอำนาจตรวจสอบคนที่บริหารเราได้บ้าง" และสำหรับเงินของผู้ประกันตนหลายล้านคน คำถามนี้สำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งตอบแทนพวกเราทั้งหมด
เขียนเบอร์ได้สูงสุด 7 หมายเลข — เลือกความหลากหลาย เลือกคนที่ตรวจสอบได้
📋 อ่านนโยบาย 7+1 ฉบับเต็ม → 📋 ดูรายชื่อผู้สมัครทุกเบอร์ →