Best 60M ไม่ใช่แค่ข้อเสนอนโยบายลอยๆ — แต่เป็นการนำตรรกะเดียวกับที่ศาลฎีกาเคยวางหลักไว้แล้วมาขยายผลใช้ทั่วไป
บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงหลักการระหว่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 กับข้อเสนอนโยบาย Best 60M ของหมอบูรณ์ อารยพล ไม่ใช่การอ้างว่าศาลฎีกาได้ตัดสินรับรอง "นโยบาย Best 60M" โดยตรง — ฎีกาฉบับนี้ตัดสินในบริบทคดีเฉพาะเรื่องการคำนวณบำนาญของผู้เปลี่ยนจากมาตรา 33 มาเป็นมาตรา 39 เท่านั้น แต่หลักการทางกฎหมายที่ศาลวางไว้ในคดีนั้น สอดคล้องกับตรรกะเดียวกับที่ Best 60M ใช้เป็นฐานคิด
คำถามที่ศาลฎีกาต้องตัดสินในคดี 3307/2567 คือ: เมื่อผู้ประกันตนเคยส่งเงินสมทบในฐานะมาตรา 33 มาหลายปีด้วยฐานเงินเดือนจริง แล้วภายหลังเปลี่ยนมาส่งในฐานะมาตรา 39 ด้วยฐาน 4,800 บาท — ฐาน 4,800 บาทนี้ควรถูกนำมาเฉลี่ยรวมจนฉุดบำนาญที่ควรได้จากช่วง ม.33 ลงมาหรือไม่?
ศาลตอบว่า ไม่ควร เพราะการส่งเงินสมทบในฐานะมาตรา 39 มีวัตถุประสงค์เพื่อ "เพิ่มสิทธิ" ให้ผู้ประกันตนยังคงได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องหลังออกจากงาน ไม่ใช่เพื่อเป็นตัวแทนรายได้ที่แท้จริง ฐาน 4,800 บาทจึงเป็นเพียงตัวเลขทางบริหารสำหรับคำนวณเงินสมทบเท่านั้น — ไม่ใช่ฐานเงินเดือนจริงตามที่พระราชบัญญัติประกันสังคมมุ่งหมายให้ใช้คำนวณบำนาญชราภาพ
นี่คือหลักการเดียวกันเป๊ะกับที่ Best 60M ยึดถือ เพียงแต่ Best 60M ขยายผลจากบริบทคดีเฉพาะ (ม.33 → ม.39) ไปเป็นหลักการทั่วไปสำหรับผู้ประกันตนทุกคน: ฐานบำนาญต้องมาจากช่วงเวลาที่มีรายได้จริงตามกฎหมายกำหนด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่ถูกฉุดลงด้วยตัวเลขที่ไม่ได้สะท้อนรายได้จริง
พูดอีกแบบ: ถ้าศาลฎีกายอมรับหลักการนี้ในคดีหนึ่งได้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่จะปฏิเสธหลักการเดียวกันเมื่อถูกเสนอเป็นนโยบายทั่วไปสำหรับทุกคน — นี่คือแก่นของข้อโต้แย้งที่ Best 60M ยืนอยู่บน
กากบาทเลือกได้สูงสุด 7 หมายเลข — ฝากเลือกหมอบูรณ์เบอร์ 2 ไว้ในใจด้วยนะครับ
⚖️ อ่านฎีกา 3307/2567 ฉบับเต็ม → 📋 อ่านนโยบาย 7+1 ฉบับเต็ม →