FAE-60 กับ CARE ต่างกันอย่างไร?
ก่อนเปรียบตัวเลข ต้องเข้าใจหลักการก่อน ทั้งสองสูตรตอบคำถามเดียวกันว่า "จะใช้รายได้ช่วงไหนมาคำนวณบำนาญ?" แต่ตอบต่างกันโดยสิ้นเชิง
เฉลี่ยจาก 60 เดือนสุดท้าย (5 ปีก่อนเกษียณ)
60 เดือนสุดท้ายที่ส่งสมทบ
บำนาญ = ฐาน × 20%
+ (ปีส่งสมทบ - 15) × 1.5%
เฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงานทั้งหมด
ทุกปีที่ส่งสมทบ (ม.33 + ม.39)
ปัญหา: ม.39 เพดาน 4,800 บาท
ถูกนำมาเฉลี่ยรวม → ฐานต่ำลง
ตัวอย่างจริง: คนส่งสมทบ 27 ปี
กรณีศึกษา: พนักงานบริษัท โอน ม.33 → ม.39
ตัวเลขจำลองตามสูตรจริง ณ ปัจจุบัน
คำนวณจากรายได้จริง 60 เดือนสุดท้าย
แม้รายได้จริงยังเท่าเดิม
หรือ 317,000 บาท ตลอด 20 ปีหลังเกษียณ — เงินที่คุณสูญเสียโดยไม่รู้ตัว
ฎีกา 3307/2567 พูดว่าอะไร?
ศาลฎีกาได้วางหลักไว้ชัดเจนแล้วในคำพิพากษาที่ 3307/2567 ว่า การนำฐานเงินสมทบสูงสุดของ ม.39 (4,800 บาท) มาเฉลี่ยรวมกับฐานเงินเดือนจริงของ ม.33 เป็น "การลดสิทธิประโยชน์โดยมิชอบ"
ผู้ประกันตนที่เคยอยู่ใน ม.33 มีสิทธิได้รับบำนาญที่คำนวณจากฐานเงินเดือนจริงที่ตนเคยส่งสมทบ
การนำฐาน 4,800 บาท (เพดาน ม.39) มาลดทอนสิทธิที่สะสมไว้ใน ม.33 จึงขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย
นี่คือเหตุผลที่ FAE-60 ไม่ใช่แค่นโยบาย — แต่คือสิ่งที่กฎหมายรองรับแล้ว
ข้อเรียกร้อง "กฎหมาย 3 ขอ"
ขบวนการ "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" ไม่ได้แค่คัดค้าน CARE แต่มีทางออกที่ชัดเจน ผ่านข้อเรียกร้อง "กฎหมาย 3 ขอ"
บำนาญขั้นต่ำ 10,000 บาท/เดือน สำหรับผู้ส่งสมทบครบ 15 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ฝัน — แต่เป็นการคืนเงินที่ส่งสมทบมาตลอดชีวิตการทำงานอย่างยุติธรรม
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับการเลือกตั้งบอร์ด?
บอร์ดประกันสังคมมีอำนาจในการเสนอและอนุมัติสูตรคำนวณบำนาญ ถ้าบอร์ดชุดใหม่ยังสนับสนุน CARE — ผลลัพธ์ที่เห็นในตารางข้างบนจะเกิดขึ้นกับผู้ประกันตนทุกคน ถ้าบอร์ดชุดใหม่ยืน FAE-60 — นั่นคือการคืนความยุติธรรมให้ 25 ล้านคน
ดังนั้น การเลือกตั้งบอร์ด = การเลือกสูตรคำนวณบำนาญของคุณ
ตอนที่ 3 ของ Series นี้จะพูดถึง "แนวทางของหมอบูรณ์ สายประกันสังคม"
— ใครคือผู้ที่ยืนหยัดเพื่อ FAE-60 มาตลอด 6 ปี และทำไมถึงลงสมัครบอร์ด 2569
อ่านตอนที่ 3 →