24 มิถุนายน 2569 — นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกรายการ "เพื่อไทย Takeaway" ยืนยันชัดเจนว่าจะเสนอสูตร CARE เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ พร้อมยืนยัน 2 คำว่า "เป็นธรรม" และ "มีเยียวยา"
คำทั้งสองฟังดูดี แต่ผมขอให้ดูตัวเลขจริงควบคู่กันไปด้วยครับ
📢 สิ่งที่รัฐมนตรีพูด
"เจตจำนงพวกเราชัดเจนในการผลักดันสูตร CARE เพราะมันคือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ"
"เมื่อมีผู้ได้ประโยชน์ก็ย่อมมีผู้เสียประโยชน์ สำหรับกลุ่มคนใดก็ตามที่เสียประโยชน์ก็จะมีการสร้างกลไกที่จะเยียวยาชดเชย"
ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับเจตนา แต่ "เยียวยา" ที่รัฐมนตรีพูดถึงมีรายละเอียดที่ต้องอ่านให้จบก่อนครับ
📊 "เยียวยา" ที่รัฐมนตรีไม่ได้พูดถึง
กลไกชดเชยที่จะเข้า ครม. มีดังนี้:
| กลุ่ม | ได้รับชดเชย | สถานะ |
|---|---|---|
| ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว | เต็ม 100% ตลอดชีวิต | ✅ ปลอดภัย |
| เกษียณปี 2569 | 100% | ✅ ปลอดภัย |
| เกษียณปี 2570 | 80% | ⚠️ เสียบางส่วน |
| เกษียณปี 2571 | 60% | ⚠️ เสียมากขึ้น |
| เกษียณปี 2572 | 40% | ⚠️ เสียเกินครึ่ง |
| เกษียณปี 2573 | 20% | ⚠️ เสีย 80% |
| เกษียณปี 2574 เป็นต้นไป | ศูนย์ — ไม่มีชดเชย | ❌ เสียหายเต็ม |
คนทำงาน ม.33 อายุ 35–50 ปีในปัจจุบัน ที่เกษียณหลังปี 2574 — ไม่ได้รับชดเชยแม้แต่บาทเดียว และอาจเสียบำนาญสะสมไปตลอดชีวิตสูงถึง 273,000 บาท โดยไม่มีใครแจ้งล่วงหน้า
🔍 3 คำถามที่ต้องตอบก่อนเข้า ครม.
💡 จุดยืนของหมอบูรณ์
ผมไม่ได้คัดค้าน CARE ทั้งหมดครับ สูตร CARE มีส่วนที่ดีจริงสำหรับกลุ่ม ม.39 ที่เคยเสียเปรียบจากสูตรเดิม แต่ประเด็นที่ผมยืนหยัดมาตลอดคือ
💡 หลักการที่ต้องมีก่อน CARE บังคับใช้
ความโปร่งใสต้องมาก่อน — เงินออมทั้งชีวิตของคนทำงาน 12 ล้านคน ไม่ควรถูกเปลี่ยนสูตรโดยที่เจ้าของเงินยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้หรือเสีย ก่อนเข้า ครม. ขอแค่ตารางเดียว — ใส่ข้อมูลตัวเองแล้วรู้ได้เลยว่าบำนาญจะเป็นเท่าไร
ถ้าสูตร CARE ดีจริงอย่างที่รัฐมนตรีบอก — ตัวเลขโปร่งใสจะยิ่งทำให้คนเชื่อมั่นมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง แล้วทำไมถึงไม่เปิดเผย?
อ่านเพิ่มเติม
🗳️ ส่งหมอเข้าไปเฝ้าเงิน
ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. ก่อน 15 กรกฎาคม 2569
27 กันยายน 2569 — ทิ้งดิ่งเบอร์เดียว