ทุกครั้งที่มีการตั้งคำถามเรื่องสูตร CARE ประกันสังคม คำตอบของ สปส. คือประโยคเดิม — "ไม่มีใครเสียหาย" ประโยคนี้ไม่ได้โกหก แต่มันก็ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด และในโลกของตัวเลข ความจริงครึ่งเดียวมีพลังทำลายล้างไม่ต่างจากคำโกหก
บทความนี้ไม่ได้ต้องการโจมตีสูตร CARE ทั้งหมด — สูตร CARE มีส่วนที่ดีจริง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม ม.39 ที่เคยโดนเอาเปรียบจากสูตรเดิม แต่บทความนี้จะทำงานเพียงอย่างเดียว คือ แสดงตัวเลขจากเอกสาร สปส. เอง เพื่อตอบว่า มีคนที่ได้บำนาญน้อยลงจากสูตร CARE หรือไม่ และกลุ่มนั้นคือใคร
⚖️ 1. คำกล่าวอ้างกับความจริงที่ขาดหายไป
"สูตร CARE ไม่ทำให้ใครได้รับบำนาญลดลง ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว 8 แสนคนไม่มีใครเสียหาย และผู้เกษียณใหม่ในช่วง 5 ปีก็มีการชดเชยส่วนต่างให้ตลอดชีวิต"
ฟังดูครอบคลุม แต่ลองนับดูว่าคนกลุ่มไหนถูกกล่าวถึง และใครที่ไม่ถูกพูดถึงเลย:
(1) ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว ~800,000 คน — ได้รับการคุ้มครองจริง
(2) ผู้เกษียณปี 2569 — ชดเชย 100% จริง
(3) ผู้เกษียณปี 2570–2573 — มีชดเชยบางส่วน 20–80%
❌ กลุ่มที่ สปส. ไม่เคยพูดถึง
ผู้ประกันตน ม.33 ที่เกษียณปี 2574 เป็นต้นไป — ไม่ได้รับการคุ้มครองหรือชดเชยใดๆ เลย
นี่คือคนทำงาน ม.33 ที่อายุ 35–50 ปีในปัจจุบัน ซึ่งยังมีชีวิตการทำงานอีก 5–20 ปี และกำลังส่งเงินสมทบอยู่ทุกเดือน แต่ไม่มีใครบอกความจริงนี้กับพวกเขา
"ไม่มีใครเสียหาย?" — แล้วตัวเลขที่ลดลง 1,000 บาท/เดือนนี้คืออะไร
🧮 2. สูตร CARE ทำงานอย่างไร — อธิบายด้วยตรรกะ
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจก่อนจะดูตัวเลข ขอสรุปกลไกหลักของ Pension Point ที่เป็นหัวใจของสูตร CARE:
ทุกเดือนที่คุณส่งสมทบ ระบบคำนวณ "แต้มบำนาญ" = ค่าจ้างคุณ ÷ ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้ประกันตน ม.33 ทั้งระบบในเดือนนั้น
ถ้าเงินเดือนคุณ เท่ากับค่าเฉลี่ยระบบ = 1 แต้ม / ถ้า สูงกว่า = มากกว่า 1 แต้ม / ถ้า ต่ำกว่า = น้อยกว่า 1 แต้ม
เมื่อเกษียณ บำนาญ = อัตราบำนาญ × ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของระบบ × แต้มเฉลี่ยของคุณ
จุดสำคัญ: ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของ "ระบบ" คือค่าเฉลี่ยคนทั้งประเทศ ณ ปีที่คุณเกษียณ — ไม่ใช่ค่าจ้างของคุณเอง
เมื่อเพดานค่าจ้างขยับจาก 15,000 → 17,500 → 20,000 → 23,000 บาท ค่าจ้างเฉลี่ยของระบบก็ขยับขึ้นตาม แต้มบำนาญในอดีตของคุณถูกสร้างในช่วงที่ค่าเฉลี่ยระบบต่ำกว่าปัจจุบัน ดังนั้น คนที่เงินเดือนเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยระบบ จะถูกสูตร CARE "ดึงลง" เพราะค่าเฉลี่ยระบบขยับตามเพดานใหม่ที่สูงกว่า
📊 3. ตัวเลขจากเอกสาร สปส. เอง — โต้แย้งไม่ได้
ตัวเลขทั้งหมดต่อไปนี้มาจากเอกสารของ สปส. และนักคณิตศาสตร์ประกันภัยของ สปส. ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ
📌 ตัวอย่างที่ 4 จากเอกสาร สปส.: ม.33 ส่งสมทบตั้งแต่ ธ.ค. 2451 เงินเดือนเริ่มต้น 6,500 บาท ขึ้นเดือนละ 0.3% เกษียณ ธ.ค. 2570
| รายการ | สูตรเดิม | สูตร CARE |
|---|---|---|
| บำนาญรายเดือน | 6,536 บาท | 6,139 บาท |
| ส่วนต่างที่หาย | −397 บาท/เดือน | |
| ชดเชย (ปี 2570 = 80%) | +318 บาท/เดือน | |
| ยังขาดอยู่แม้ชดเชยแล้ว | −79 บาท/เดือน ตลอดชีวิต | |
📌 ตัวอย่างเงินเดือนขึ้น 6%/ปี ตลอดชีวิตการทำงาน เกษียณ ธ.ค. 2574 (พ้นช่วงชดเชย)
| รายการ | สูตรเดิม | สูตร CARE |
|---|---|---|
| เงินเดือน ณ วันเกษียณ | 25,800 บาท (ชนเพดาน 20,000) | 25,800 บาท |
| บำนาญรายเดือน | 8,148 บาท | 7,159 บาท |
| ขาดหายไปตลอดชีวิต | −989 บาท/เดือน — ไม่มีชดเชยแม้แต่บาทเดียว | |
| ขาดทุนสะสม (อายุขัย 78 ปี) | 989 × 12 × 23 = 272,964 บาท | |
คำถามที่ สปส. ต้องตอบ: คนนี้ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ ส่งเงินสมทบมากขึ้นทุกปี แต่ได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเก่าเกือบ 1,000 บาท/เดือน และไม่ได้รับชดเชยเลย — นี่คือ "ไม่มีใครเสียหาย" ใช่หรือไม่?
🪤 4. กับดักการชดเชย — แม้ชดเชยแล้วก็ยังเสีย
สปส. มักโชว์ตัวเลขชดเชยในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี แต่ไม่เคยแสดงว่าหลังชดเชยแล้ว คนยังขาดเงินอยู่เท่าไรตลอดชีวิต โดยใช้ตัวเลขตัวอย่างของ สปส. เอง (บำนาญเดิม 5,000 บาท สูตร CARE ได้ 4,000 บาท):
หมายเหตุ: คำนวณจากอายุขัยเฉลี่ย 78 ปี เกษียณ 55 ปี = 23 ปี ตัวเลขสำหรับตัวอย่างที่บำนาญลด 1,000 บาท/เดือน ซึ่ง สปส. ใช้เป็นตัวอย่างในเอกสารอย่างเป็นทางการ
กราฟแสดงการสูญเสียสะสมตลอดชีวิต ของคนที่เกษียณหลัง 2574 — ไม่มีชดเชยใดๆ
👥 5. สามกลุ่มที่เสียหายจริง — และจำนวนคน
กลุ่มที่ 1
ม.33 เงินเดือนเติบโตต่อเนื่อง
ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ เงินเดือนขึ้นทุกปี เกษียณหลัง 2574 — คนกลุ่มนี้ถูกสูตร CARE "ลงโทษ" เพราะสูตรเฉลี่ยตลอดชีวิต ไม่ไล่ทันรายได้ที่เติบโตเร็ว
−989 บาท/เดือน ตลอดชีวิต
= −273,000 บาท
กลุ่มที่ 2
ม.33 ส่งเพดาน 15,000 มาตลอด
ระวัง: เมื่อเพดานค่าจ้างขยับเป็น 17,500 → 20,000 → 23,000 บาท ค่าเฉลี่ยระบบสูงขึ้น ทำให้แต้มบำนาญในอดีต (ที่ส่ง 15,000) กลายเป็น "ต่ำกว่าเฉลี่ย" และฐานบำนาญลดลง
ตาม hfocus.org อ้างนักคณิตศาสตร์ สปส. เอง:
"เกษียณหลังเพดานปรับเกิน 60 เดือน
สูตรใหม่จะได้น้อยกว่าเก่า"
กลุ่มที่ 3
ม.33 ที่เข้าระบบตอนยังเด็ก
เริ่มทำงานเงินเดือนต่ำ แต่ขึ้นเร็วหลังจากนั้น หลายปีในอดีตที่เงินเดือนต่ำ "ลากน้ำหนัก" แต้มเฉลี่ยลง แต่สูตรเก่าจะใช้แค่ 60 เดือนท้ายซึ่งเงินเดือนสูงแล้ว
ได้รับบำนาญน้อยกว่าที่ควรจะได้
ตามสัดส่วนเงินที่ส่งสมทบจริงในช่วงท้าย
📊 ขนาดของปัญหา
ผู้ประกันตน ม.33 ทั้งหมด ณ ส.ค. 2568: 12,140,000 คน
ประมาณการกลุ่มที่เกษียณหลังปี 2574 (อายุต่ำกว่า 50 ปีปัจจุบัน): ประมาณ 5–6 ล้านคน
กลุ่มนี้จะได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเดิมหากเงินเดือนขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น
🎯 6. ทำไมถึงพูดแบบนี้ — ตรรกะที่ใช้โต้แย้ง
ฝ่ายสนับสนุน CARE จะโต้ว่า "สูตร CARE สะท้อนรายได้จริงตลอดชีวิต เป็นธรรมกว่าการใช้แค่ 5 ปีสุดท้าย" ข้อนี้ถูกต้องในส่วนหนึ่ง แต่มีสิ่งที่พวกเขาไม่พูดถึง:
คนที่ "เอาเปรียบระบบ" จริงๆ คือคนที่เงินเดือนต่ำมาตลอดแล้วกระโดดสูงช่วง 5 ปีสุดท้าย — สูตร CARE แก้ปัญหานี้ถูกต้อง แต่เป็นคนส่วนน้อยมากในระบบ
คนส่วนใหญ่ใน ม.33 คือมนุษย์เงินเดือนที่เงินเดือนขึ้นเรื่อยๆ ตามปกติของชีวิตการทำงาน — กลุ่มนี้ไม่ได้เอาเปรียบระบบ แต่กลับโดนผลข้างเคียงของสูตรที่ออกแบบเพื่อปิดช่องโหว่ของคนอื่น
สูตร CARE ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ม.39 เป็นหลัก แต่ผลกระทบตกไปที่ ม.33 กลุ่มใหญ่ที่เงินเดือนเติบโต — นี่คือ "Collateral Damage" ที่ สปส. เลือกจะไม่พูดถึง
ช่วงชดเชย 5 ปีไม่ใช่ "ไม่มีใครเสียหาย" — แม้ในช่วงชดเชย คนก็ยังเสียบำนาญอยู่ 20–80% ของส่วนต่าง และหลังปี 2574 ไม่มีชดเชยเลย คำว่า "ไม่มีใครเสียหาย" จึงหมายถึงเฉพาะช่วง 2569 เท่านั้น
🔬 7. ทดสอบตรรกะของ สปส. — ด้วยคำถาม 3 ข้อ
ถ้า สปส. อ้างว่า "ไม่มีใครเสียหาย" ขอให้ตอบคำถาม 3 ข้อนี้ด้วยตัวเลขจริง:
❓ คำถามที่ 1
คน ม.33 ที่เงินเดือนขึ้น 6%/ปีตลอดชีวิต เกษียณปี 2574 — ตามเอกสาร สปส. เอง บำนาญสูตรเดิม = 8,148 บาท บำนาญ CARE = 7,159 บาท เขา "ไม่เสียหาย" หรือ "เสียหาย 989 บาท/เดือน ตลอดชีวิต โดยไม่มีชดเชย"?
❓ คำถาม 2
ถ้า "ชดเชยส่วนต่าง 100%" คือ "ไม่มีใครเสียหาย" แล้วทำไมคนเกษียณปี 2570 ที่ชดเชยแค่ 80% ยังขาดเงิน 79 บาท/เดือน = 21,804 บาทตลอดชีวิต — กลุ่มนี้ "ไม่เสียหาย" ตามนิยามไหน?
❓ คำถาม 3
ผู้ประกันตน ม.33 อายุ 40 ปีวันนี้ ที่จะเกษียณปี 2589 หลังชดเชยสิ้นสุดนานแล้ว — เขารู้ไหมว่าถ้าเงินเดือนขึ้นตามปกติ เขาจะได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม และไม่มีชดเชยใดๆ? สปส. เคยบอกเขาหรือไม่?
🏛️ 8. ทางออกที่ดีกว่า — สูตร Best60M
ปัญหาของ CARE ไม่ได้อยู่ที่เจตนา แต่อยู่ที่ กลไกที่สร้างผู้เสียหายรายใหม่ขณะแก้ปัญหาผู้เสียหายเดิม แนวทางที่หมอบูรณ์เสนอคือ สูตร Best60M ซึ่งทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน:
| ประเด็น | สูตร CARE | สูตร Best60M (ข้อเสนอหมอบูรณ์) |
|---|---|---|
| หลักการคำนวณ | เฉลี่ยตลอดชีวิต ปรับ Index | ใช้ 60 เดือนที่ค่าจ้างสูงที่สุดตลอดชีวิต |
| คน ม.33 เงินเดือนขึ้นสม่ำเสมอ | อาจได้น้อยกว่าสูตรเดิม | ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด ตามที่ส่งสมทบจริง |
| คน ม.39 ที่เคยส่ง ม.33 มาก่อน | ได้ดีขึ้น | ได้ดีขึ้นเช่นกัน เพราะนับ 60 เดือนสูงสุด ซึ่งอาจเป็นช่วง ม.33 |
| ผู้เสียหายรายใหม่ | มี — ม.33 เงินเดือนโตเร็ว ที่เกษียณหลัง 2574 | ไม่มี — ทุกคนได้บำนาญจาก 60 เดือนที่ดีที่สุดของตนเอง |
| ความโปร่งใส | ซับซ้อน — ต้องรู้ค่าเฉลี่ยระบบทุกเดือนตลอดชีวิต | เข้าใจง่าย — เลือก 60 เดือนที่เงินเดือนสูงสุด คูณอัตราบำนาญ |
| สอดคล้องกับฎีกา 3307/2567 | บางส่วน | สมบูรณ์ — ไม่เฉลี่ยรวมฐาน ม.33 กับ ม.39 ที่ต่างกัน |
✅ 9. บทสรุป — สิ่งที่ทุกคนควรรู้
สิ่งที่เป็นความจริงเกี่ยวกับ CARE:
- สูตร CARE ช่วยกลุ่ม ม.39 ที่เคยเสียเปรียบจากสูตรเดิมได้จริง
- ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว 800,000 คนได้รับการคุ้มครอง
- ผู้เกษียณในปีแรก (2569) ได้รับชดเชย 100%
สิ่งที่ สปส. พูดไม่ครบ:
- ผู้เกษียณปี 2570–2573 ยังขาดบำนาญ 20–80% ของส่วนต่าง แม้จะ "ชดเชย" แล้ว
- ผู้เกษียณปี 2574 เป็นต้นไป — ไม่มีชดเชยใดๆ และอาจเสียบำนาญไปกว่า 273,000 บาทตลอดชีวิต
- กลุ่มนี้คือคนทำงาน ม.33 อายุ 35–50 ปีส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งยังมีเวลาทำงานอีก 5–20 ปี
- ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากฝ่ายค้าน แต่มาจากเอกสารและตัวอย่างของ สปส. เอง
🔑 ประโยคที่ถูกต้องกว่า
"ไม่มีใครเสียหาย" ควรพูดให้ครบว่า —
"ผู้รับบำนาญอยู่แล้วและผู้เกษียณในปี 2569 ไม่เสียหาย แต่ผู้ประกันตน ม.33 ที่เกษียณตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปยังเสียหายอยู่ในระดับต่างๆ และผู้ที่เกษียณตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไปจะเสียหายเต็มๆ โดยไม่มีชดเชยใดๆ และไม่มีใครบอกพวกเขา"
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง:
🗳️ เพราะบอร์ดที่ดีต้องพูดความจริงทั้งหมด
หมอบูรณ์เป็นผู้สมัครบอร์ด สปส. คนเดียวที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยหลักฐานจริง ไม่ใช่สัญญาหาเสียง
วันเลือกตั้ง 27 กันยายน 2569 — ลงทะเบียนก่อน 15 กรกฎาคม 2569