🔍 บทวิเคราะห์เชิงตัวเลข · 22 มิถุนายน 2569

"ไม่มีใครเสียหาย" —
ประโยคที่ สปส. พูดไม่หมด

ตีแผ่กับดักซ่อนเร้นในสูตร CARE ที่ไม่มีใครบอกคุณ
จากตัวเลขในเอกสาร สปส. เอง — ผู้ประกันตน ม.33 กว่า 5 ล้านคนจะได้บำนาญน้อยลงโดยไม่ได้รับชดเชยใดๆ

หมอบูรณ์ อารยพล 22 มิ.ย. 2569 อ่าน 10 นาที วิเคราะห์เชิงตัวเลข
📋 บทสรุปที่ปฏิเสธไม่ได้

"ไม่มีใครเสียหาย" หมายถึงเฉพาะ ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว 8 แสนคน และผู้เกษียณภายใน 5 ปี
คนทำงาน ม.33 อายุ 35–50 ปีในปัจจุบัน ที่เกษียณหลังปี 2574 — ไม่ได้รับชดเชยแม้แต่บาทเดียว
และอาจเสียบำนาญไปตลอดชีวิตสูงถึง 273,000 บาท

ทุกครั้งที่มีการตั้งคำถามเรื่องสูตร CARE ประกันสังคม คำตอบของ สปส. คือประโยคเดิม — "ไม่มีใครเสียหาย" ประโยคนี้ไม่ได้โกหก แต่มันก็ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด และในโลกของตัวเลข ความจริงครึ่งเดียวมีพลังทำลายล้างไม่ต่างจากคำโกหก

บทความนี้ไม่ได้ต้องการโจมตีสูตร CARE ทั้งหมด — สูตร CARE มีส่วนที่ดีจริง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม ม.39 ที่เคยโดนเอาเปรียบจากสูตรเดิม แต่บทความนี้จะทำงานเพียงอย่างเดียว คือ แสดงตัวเลขจากเอกสาร สปส. เอง เพื่อตอบว่า มีคนที่ได้บำนาญน้อยลงจากสูตร CARE หรือไม่ และกลุ่มนั้นคือใคร

⚖️ 1. คำกล่าวอ้างกับความจริงที่ขาดหายไป

📣 สิ่งที่ สปส. พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"สูตร CARE ไม่ทำให้ใครได้รับบำนาญลดลง ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว 8 แสนคนไม่มีใครเสียหาย และผู้เกษียณใหม่ในช่วง 5 ปีก็มีการชดเชยส่วนต่างให้ตลอดชีวิต"

ฟังดูครอบคลุม แต่ลองนับดูว่าคนกลุ่มไหนถูกกล่าวถึง และใครที่ไม่ถูกพูดถึงเลย:

✅ กลุ่มที่ สปส. พูดถึง — ประมาณ 1.2 ล้านคน

(1) ผู้รับบำนาญอยู่แล้ว ~800,000 คน — ได้รับการคุ้มครองจริง
(2) ผู้เกษียณปี 2569 — ชดเชย 100% จริง
(3) ผู้เกษียณปี 2570–2573 — มีชดเชยบางส่วน 20–80%

❌ กลุ่มที่ สปส. ไม่เคยพูดถึง

ผู้ประกันตน ม.33 ที่เกษียณปี 2574 เป็นต้นไป — ไม่ได้รับการคุ้มครองหรือชดเชยใดๆ เลย

นี่คือคนทำงาน ม.33 ที่อายุ 35–50 ปีในปัจจุบัน ซึ่งยังมีชีวิตการทำงานอีก 5–20 ปี และกำลังส่งเงินสมทบอยู่ทุกเดือน แต่ไม่มีใครบอกความจริงนี้กับพวกเขา

ไม่มีใครเสียหาย? แล้วตัวเลขนี้คืออะไร — บำนาญลดจาก 3,800 เหลือ 2,800 บาท

"ไม่มีใครเสียหาย?" — แล้วตัวเลขที่ลดลง 1,000 บาท/เดือนนี้คืออะไร

🧮 2. สูตร CARE ทำงานอย่างไร — อธิบายด้วยตรรกะ

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจก่อนจะดูตัวเลข ขอสรุปกลไกหลักของ Pension Point ที่เป็นหัวใจของสูตร CARE:

1

ทุกเดือนที่คุณส่งสมทบ ระบบคำนวณ "แต้มบำนาญ" = ค่าจ้างคุณ ÷ ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้ประกันตน ม.33 ทั้งระบบในเดือนนั้น

2

ถ้าเงินเดือนคุณ เท่ากับค่าเฉลี่ยระบบ = 1 แต้ม / ถ้า สูงกว่า = มากกว่า 1 แต้ม / ถ้า ต่ำกว่า = น้อยกว่า 1 แต้ม

3

เมื่อเกษียณ บำนาญ = อัตราบำนาญ × ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของระบบ × แต้มเฉลี่ยของคุณ

4

จุดสำคัญ: ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของ "ระบบ" คือค่าเฉลี่ยคนทั้งประเทศ ณ ปีที่คุณเกษียณ — ไม่ใช่ค่าจ้างของคุณเอง

💡 นัยสำคัญที่ซ่อนอยู่

เมื่อเพดานค่าจ้างขยับจาก 15,000 → 17,500 → 20,000 → 23,000 บาท ค่าจ้างเฉลี่ยของระบบก็ขยับขึ้นตาม แต้มบำนาญในอดีตของคุณถูกสร้างในช่วงที่ค่าเฉลี่ยระบบต่ำกว่าปัจจุบัน ดังนั้น คนที่เงินเดือนเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยระบบ จะถูกสูตร CARE "ดึงลง" เพราะค่าเฉลี่ยระบบขยับตามเพดานใหม่ที่สูงกว่า

📊 3. ตัวเลขจากเอกสาร สปส. เอง — โต้แย้งไม่ได้

ตัวเลขทั้งหมดต่อไปนี้มาจากเอกสารของ สปส. และนักคณิตศาสตร์ประกันภัยของ สปส. ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ

📌 ตัวอย่างที่ 4 จากเอกสาร สปส.: ม.33 ส่งสมทบตั้งแต่ ธ.ค. 2451 เงินเดือนเริ่มต้น 6,500 บาท ขึ้นเดือนละ 0.3% เกษียณ ธ.ค. 2570

รายการ สูตรเดิม สูตร CARE
บำนาญรายเดือน 6,536 บาท 6,139 บาท
ส่วนต่างที่หาย −397 บาท/เดือน
ชดเชย (ปี 2570 = 80%) +318 บาท/เดือน
ยังขาดอยู่แม้ชดเชยแล้ว −79 บาท/เดือน ตลอดชีวิต

📌 ตัวอย่างเงินเดือนขึ้น 6%/ปี ตลอดชีวิตการทำงาน เกษียณ ธ.ค. 2574 (พ้นช่วงชดเชย)

รายการ สูตรเดิม สูตร CARE
เงินเดือน ณ วันเกษียณ 25,800 บาท (ชนเพดาน 20,000) 25,800 บาท
บำนาญรายเดือน 8,148 บาท 7,159 บาท
ขาดหายไปตลอดชีวิต −989 บาท/เดือน — ไม่มีชดเชยแม้แต่บาทเดียว
ขาดทุนสะสม (อายุขัย 78 ปี) 989 × 12 × 23 = 272,964 บาท

คำถามที่ สปส. ต้องตอบ: คนนี้ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ ส่งเงินสมทบมากขึ้นทุกปี แต่ได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเก่าเกือบ 1,000 บาท/เดือน และไม่ได้รับชดเชยเลย — นี่คือ "ไม่มีใครเสียหาย" ใช่หรือไม่?

🪤 4. กับดักการชดเชย — แม้ชดเชยแล้วก็ยังเสีย

สปส. มักโชว์ตัวเลขชดเชยในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี แต่ไม่เคยแสดงว่าหลังชดเชยแล้ว คนยังขาดเงินอยู่เท่าไรตลอดชีวิต โดยใช้ตัวเลขตัวอย่างของ สปส. เอง (บำนาญเดิม 5,000 บาท สูตร CARE ได้ 4,000 บาท):

2569
ชดเชย 100% — ดูเหมือนไม่มีปัญหา
รับ 5,000 บาท ขาด 0 บาท — แต่นี่เป็นปีแรกของกฎหมาย ยังใช้สูตรเดิม 100%
2570
ชดเชย 80% — เริ่มรั่ว
รับ 4,800 บาท ยังขาด 200 บาท/เดือน × 12 × 23 ปี = 55,200 บาท ตลอดชีวิต
2571
ชดเชย 60% — รั่วมากขึ้น
รับ 4,600 บาท ยังขาด 400 บาท/เดือน = 110,400 บาท ตลอดชีวิต
2572
ชดเชย 40% — เสียหายหนัก
รับ 4,400 บาท ยังขาด 600 บาท/เดือน = 165,600 บาท ตลอดชีวิต
2573
ชดเชย 20% — เสียหายมาก
รับ 4,200 บาท ยังขาด 800 บาท/เดือน = 220,800 บาท ตลอดชีวิต
2574+
ไม่มีชดเชย — เสียหายเต็มๆ
รับ 4,000 บาท ขาด 1,000 บาท/เดือน = 276,000 บาท ตลอดชีวิต — และนี่คือกลุ่มที่ สปส. ไม่พูดถึงเลย

หมายเหตุ: คำนวณจากอายุขัยเฉลี่ย 78 ปี เกษียณ 55 ปี = 23 ปี ตัวเลขสำหรับตัวอย่างที่บำนาญลด 1,000 บาท/เดือน ซึ่ง สปส. ใช้เป็นตัวอย่างในเอกสารอย่างเป็นทางการ

สปส. บอกว่าไม่มีใครเสียหาย? แล้วคนอายุ 35-50 ปี ที่จะเกษียณหลังปี 2574 ล่ะ — เสีย 1,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิต ไม่มีชดเชย

กราฟแสดงการสูญเสียสะสมตลอดชีวิต ของคนที่เกษียณหลัง 2574 — ไม่มีชดเชยใดๆ

👥 5. สามกลุ่มที่เสียหายจริง — และจำนวนคน

กลุ่มที่ 1
ม.33 เงินเดือนเติบโตต่อเนื่อง

ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ เงินเดือนขึ้นทุกปี เกษียณหลัง 2574 — คนกลุ่มนี้ถูกสูตร CARE "ลงโทษ" เพราะสูตรเฉลี่ยตลอดชีวิต ไม่ไล่ทันรายได้ที่เติบโตเร็ว

−989 บาท/เดือน ตลอดชีวิต
= −273,000 บาท

กลุ่มที่ 2
ม.33 ส่งเพดาน 15,000 มาตลอด

ระวัง: เมื่อเพดานค่าจ้างขยับเป็น 17,500 → 20,000 → 23,000 บาท ค่าเฉลี่ยระบบสูงขึ้น ทำให้แต้มบำนาญในอดีต (ที่ส่ง 15,000) กลายเป็น "ต่ำกว่าเฉลี่ย" และฐานบำนาญลดลง

ตาม hfocus.org อ้างนักคณิตศาสตร์ สปส. เอง:
"เกษียณหลังเพดานปรับเกิน 60 เดือน
สูตรใหม่จะได้น้อยกว่าเก่า"

กลุ่มที่ 3
ม.33 ที่เข้าระบบตอนยังเด็ก

เริ่มทำงานเงินเดือนต่ำ แต่ขึ้นเร็วหลังจากนั้น หลายปีในอดีตที่เงินเดือนต่ำ "ลากน้ำหนัก" แต้มเฉลี่ยลง แต่สูตรเก่าจะใช้แค่ 60 เดือนท้ายซึ่งเงินเดือนสูงแล้ว

ได้รับบำนาญน้อยกว่าที่ควรจะได้
ตามสัดส่วนเงินที่ส่งสมทบจริงในช่วงท้าย

📊 ขนาดของปัญหา

ผู้ประกันตน ม.33 ทั้งหมด ณ ส.ค. 2568: 12,140,000 คน
ประมาณการกลุ่มที่เกษียณหลังปี 2574 (อายุต่ำกว่า 50 ปีปัจจุบัน): ประมาณ 5–6 ล้านคน
กลุ่มนี้จะได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเดิมหากเงินเดือนขึ้นต่อเนื่อง และไม่มีชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น

🎯 6. ทำไมถึงพูดแบบนี้ — ตรรกะที่ใช้โต้แย้ง

ฝ่ายสนับสนุน CARE จะโต้ว่า "สูตร CARE สะท้อนรายได้จริงตลอดชีวิต เป็นธรรมกว่าการใช้แค่ 5 ปีสุดท้าย" ข้อนี้ถูกต้องในส่วนหนึ่ง แต่มีสิ่งที่พวกเขาไม่พูดถึง:

A

คนที่ "เอาเปรียบระบบ" จริงๆ คือคนที่เงินเดือนต่ำมาตลอดแล้วกระโดดสูงช่วง 5 ปีสุดท้าย — สูตร CARE แก้ปัญหานี้ถูกต้อง แต่เป็นคนส่วนน้อยมากในระบบ

B

คนส่วนใหญ่ใน ม.33 คือมนุษย์เงินเดือนที่เงินเดือนขึ้นเรื่อยๆ ตามปกติของชีวิตการทำงาน — กลุ่มนี้ไม่ได้เอาเปรียบระบบ แต่กลับโดนผลข้างเคียงของสูตรที่ออกแบบเพื่อปิดช่องโหว่ของคนอื่น

C

สูตร CARE ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ม.39 เป็นหลัก แต่ผลกระทบตกไปที่ ม.33 กลุ่มใหญ่ที่เงินเดือนเติบโต — นี่คือ "Collateral Damage" ที่ สปส. เลือกจะไม่พูดถึง

D

ช่วงชดเชย 5 ปีไม่ใช่ "ไม่มีใครเสียหาย" — แม้ในช่วงชดเชย คนก็ยังเสียบำนาญอยู่ 20–80% ของส่วนต่าง และหลังปี 2574 ไม่มีชดเชยเลย คำว่า "ไม่มีใครเสียหาย" จึงหมายถึงเฉพาะช่วง 2569 เท่านั้น

🔬 7. ทดสอบตรรกะของ สปส. — ด้วยคำถาม 3 ข้อ

ถ้า สปส. อ้างว่า "ไม่มีใครเสียหาย" ขอให้ตอบคำถาม 3 ข้อนี้ด้วยตัวเลขจริง:

❓ คำถามที่ 1

คน ม.33 ที่เงินเดือนขึ้น 6%/ปีตลอดชีวิต เกษียณปี 2574 — ตามเอกสาร สปส. เอง บำนาญสูตรเดิม = 8,148 บาท บำนาญ CARE = 7,159 บาท เขา "ไม่เสียหาย" หรือ "เสียหาย 989 บาท/เดือน ตลอดชีวิต โดยไม่มีชดเชย"?

❓ คำถาม 2

ถ้า "ชดเชยส่วนต่าง 100%" คือ "ไม่มีใครเสียหาย" แล้วทำไมคนเกษียณปี 2570 ที่ชดเชยแค่ 80% ยังขาดเงิน 79 บาท/เดือน = 21,804 บาทตลอดชีวิต — กลุ่มนี้ "ไม่เสียหาย" ตามนิยามไหน?

❓ คำถาม 3

ผู้ประกันตน ม.33 อายุ 40 ปีวันนี้ ที่จะเกษียณปี 2589 หลังชดเชยสิ้นสุดนานแล้ว — เขารู้ไหมว่าถ้าเงินเดือนขึ้นตามปกติ เขาจะได้บำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม และไม่มีชดเชยใดๆ? สปส. เคยบอกเขาหรือไม่?

🏛️ 8. ทางออกที่ดีกว่า — สูตร Best60M

ปัญหาของ CARE ไม่ได้อยู่ที่เจตนา แต่อยู่ที่ กลไกที่สร้างผู้เสียหายรายใหม่ขณะแก้ปัญหาผู้เสียหายเดิม แนวทางที่หมอบูรณ์เสนอคือ สูตร Best60M ซึ่งทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน:

ประเด็น สูตร CARE สูตร Best60M (ข้อเสนอหมอบูรณ์)
หลักการคำนวณ เฉลี่ยตลอดชีวิต ปรับ Index ใช้ 60 เดือนที่ค่าจ้างสูงที่สุดตลอดชีวิต
คน ม.33 เงินเดือนขึ้นสม่ำเสมอ อาจได้น้อยกว่าสูตรเดิม ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด ตามที่ส่งสมทบจริง
คน ม.39 ที่เคยส่ง ม.33 มาก่อน ได้ดีขึ้น ได้ดีขึ้นเช่นกัน เพราะนับ 60 เดือนสูงสุด ซึ่งอาจเป็นช่วง ม.33
ผู้เสียหายรายใหม่ มี — ม.33 เงินเดือนโตเร็ว ที่เกษียณหลัง 2574 ไม่มี — ทุกคนได้บำนาญจาก 60 เดือนที่ดีที่สุดของตนเอง
ความโปร่งใส ซับซ้อน — ต้องรู้ค่าเฉลี่ยระบบทุกเดือนตลอดชีวิต เข้าใจง่าย — เลือก 60 เดือนที่เงินเดือนสูงสุด คูณอัตราบำนาญ
สอดคล้องกับฎีกา 3307/2567 บางส่วน สมบูรณ์ — ไม่เฉลี่ยรวมฐาน ม.33 กับ ม.39 ที่ต่างกัน

✅ 9. บทสรุป — สิ่งที่ทุกคนควรรู้

สิ่งที่เป็นความจริงเกี่ยวกับ CARE:

สิ่งที่ สปส. พูดไม่ครบ:

🔑 ประโยคที่ถูกต้องกว่า

"ไม่มีใครเสียหาย" ควรพูดให้ครบว่า —
"ผู้รับบำนาญอยู่แล้วและผู้เกษียณในปี 2569 ไม่เสียหาย แต่ผู้ประกันตน ม.33 ที่เกษียณตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปยังเสียหายอยู่ในระดับต่างๆ และผู้ที่เกษียณตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไปจะเสียหายเต็มๆ โดยไม่มีชดเชยใดๆ และไม่มีใครบอกพวกเขา"

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง:

🛑
#StopCARE + Best60M — นโยบายครบทั้ง 7 ยุทธศาสตร์ของหมอบูรณ์
ทางออกที่ดีกว่า CARE พร้อมหลักฐานว่าทำได้จริง
🛑
หยุด "รอนสิทธิ" ก่อนเกษียณ — ทำไมสูตร CARE ถึงกลายเป็นคำถามใหญ่
บทความแรกที่ตั้งคำถาม StopCARE · พ.ค. 2569
🏆
The B60M Model — ทางออกที่ดีกว่า CARE
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: 60 เดือนที่ดีที่สุด เป้าหมายบำนาญ 10,625 บาท/เดือน
⚖️
ร่วม Class Action ม.39 — สิทธิที่คุณพิสูจน์ได้ว่าถูกโกงจริง
1,847 สมาชิก · สภาทนายความรับแล้ว · เคสแรกชนะแล้ว
📖
ฎีกา 3307/2567 — บทเรียนจริงที่ สปส. ยังเพิกเฉย
วิเคราะห์คำพิพากษา + ดาวน์โหลด PDF ฉบับเต็ม
📘
คู่มือยื่นคำนวณสิทธิชราภาพใหม่ ม.39 ฉบับใช้งานจริง
สคริปต์พูด เช็คลิสต์ ร่างหนังสือคำร้องสำเร็จรูป

🗳️ เพราะบอร์ดที่ดีต้องพูดความจริงทั้งหมด

หมอบูรณ์เป็นผู้สมัครบอร์ด สปส. คนเดียวที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยหลักฐานจริง ไม่ใช่สัญญาหาเสียง
วันเลือกตั้ง 27 กันยายน 2569 — ลงทะเบียนก่อน 15 กรกฎาคม 2569

🗳️ ลงทะเบียนเลือกตั้ง ⚖️ ร่วม Class Action