ม.33 · ม.39 · ม.40
รวมทุกประเภท
ที่เปิดให้เลือกตั้ง
โครงสร้างบอร์ดประกันสังคมตามกฎหมาย
ตาม พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 คณะกรรมการประกันสังคมประกอบด้วย 3 ฝ่าย รวม 21 คน โดยมีเพียง 14 ที่นั่งที่มาจากการเลือกตั้ง — ฝ่ายนายจ้าง 7 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน
🏛️ องค์ประกอบคณะกรรมการประกันสังคม (21 คน)
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งล่าสุด
บอร์ดชุดปัจจุบันครบวาระ — อยู่ในสถานะรักษาการ
การเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ — กำหนดทิศทางกองทุน 2 ปีข้างหน้า
ทีมที่ถูกจับตามอง
หนึ่งในทีมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" นำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ซึ่งเคยได้รับคะแนนเสียงสูงในการเลือกตั้งปี 2566 และมีบทบาทในการผลักดันประเด็นความโปร่งใสของกองทุน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนการเลือกตั้งรอบใหม่ มีประเด็นเชิงนโยบายสำคัญ 2 ประเด็นที่ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่ 1: นโยบายแรงงานข้ามชาติ
ในเอกสารหาเสียงช่วงที่ผ่านมา เคยมีการกล่าวถึงแนวคิดการเพิ่มสิทธิการมีส่วนร่วมของแรงงานข้ามชาติ ในระบบประกันสังคม แม้ทีมผู้เสนอจะชี้แจงภายหลังว่าเป็นเพียงร่างเบื้องต้น แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในวงกว้าง
แรงงานข้ามชาติ สามารถรับสิทธิประโยชน์ จากประกันสังคมได้ แต่ตำแหน่งกรรมการบอร์ดประกันสังคม ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น คำถามจึงอยู่ที่ขอบเขตของ "การมีส่วนร่วม" ควรอยู่ระดับใด และกระบวนการออกแบบนโยบายมีความชัดเจนเพียงพอตั้งแต่ต้นหรือไม่
ประเด็นที่ 2: สูตร CARE กับอนาคตบำนาญ
อีกหนึ่งประเด็นที่มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตนคือ สูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) แนวคิดการปรับสูตรคำนวณบำนาญ ที่พิจารณารายได้ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน แทนการเน้นเฉพาะช่วงปลาย
- สะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงานอย่างครบถ้วน
- ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มรายได้
- อาจช่วยความยั่งยืนทางการเงินระยะยาว
- บำนาญในอนาคต "คาดการณ์ได้ยาก"
- กระทบหนักผู้โอนจาก ม.33 มา ม.39
- ขัดต่อฎีกาที่ 3307/2567 — ห้ามใช้ฐาน 4,800 บาทเฉลี่ยลดสิทธิ
- ขาดการอธิบายเชิงรูปธรรมในช่วงเริ่มต้น
จากข้อมูลกำแพงพยานของขบวนการ "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" พบว่า ผู้ประกันตน ม.39 ที่ส่งสมทบเฉลี่ย 24 ปี ได้รับบำนาญเพียง 1,666 บาท/เดือน ต่ำกว่าเส้นความยากจนสากล (3,700 บาท/เดือน) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการคำนวณที่ไม่เป็นธรรม
ความท้าทายด้านการสื่อสารนโยบาย
ทั้งสองประเด็นสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงที่ "เนื้อหานโยบาย" แต่รวมถึง "วิธีการสื่อสาร"
ในระบบที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยตรง หากนโยบายไม่สามารถอธิบายให้ผู้ประกันตนเข้าใจได้อย่างชัดเจน ย่อมนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนในการรับรู้ และความไม่มั่นใจในระยะยาว ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงกว่านโยบายใดๆ
ความเชื่อมั่น: ปัจจัยที่ไม่อาจมองข้าม
สำหรับผู้ประกันตนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนอนาคตหลังเกษียณ สิ่งที่ต้องการไม่ได้มีเพียง "นโยบายที่ดีบนกระดาษ" แต่รวมถึง:
- ความชัดเจนของสิทธิประโยชน์ — รู้ได้ว่าจะได้รับเท่าไหร่
- ความสามารถในการคาดการณ์ — วางแผนชีวิตหลังเกษียณได้
- ความมั่นใจในผู้กำหนดทิศทาง — ผู้บริหารกองทุนตอบสนองต่อปัญหาจริง
ดังนั้น "ความเชื่อมั่น" จึงกลายเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักไม่แพ้ตัวนโยบาย และบางครั้งอาจมีน้ำหนักมากกว่า
แต่คือการเลือกคนที่คุณวางใจให้ดูแลเงินและอนาคตของคุณ