การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ชุดที่ 15 มีเดิมพันสูงสุดสำหรับผู้ประกันตนกว่า 24.9 ล้านคน กับกองทุนกว่า 2.88 ล้านล้านบาท ใครจะเป็นผู้กำหนดทิศทางสิทธิ บำนาญ และการลงทุนในอนาคต? บทความนี้วิเคราะห์ว่าทำไมฝ่ายผู้ประกันตนที่แตกเป็นหลายขั้ว จึงอาจทำให้เกิด Vote Splitting และหมอบูรณ์ เบอร์ 2 ในฐานะผู้สมัครอิสระ 100% เข้ามาเติมช่องว่างสำคัญได้อย่างไร

เมื่อสำรวจผู้สมัครทั้งหมดในฝั่งผู้ประกันตน จะพบว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ "ทีมเดิม vs ทีมใหม่" แต่แตกออกเป็นหลายขั้วที่มีฐานเสียง วัฒนธรรมองค์กร และผู้นำต่างกันโดยสิ้นเชิง
นำทีมโดย จตุรงค์ ไพรสิงห์ อดีตประธานคณะกรรมการประกันสังคม และหนึ่งในกรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อปี 2566 โดยมี สาวิทย์ แก้วหวาน ผู้นำแรงงานอาวุโส ร่วมเป็นที่ปรึกษาใหญ่ประจำทีม ชูนโยบาย "เงินชัด สิทธิชัด บำนาญชัด" ใช้ผลงานจากการทำหน้าที่ในบอร์ดชุดที่ผ่านมาเป็นจุดขาย
นำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กลับมาป้องกันฐานเสียงหลังยกทีมชนะทั้ง 7 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2566 ชูแนวคิดเปิดเผยข้อมูลการลงทุน เพิ่มความโปร่งใส และขยายสิทธิประโยชน์ ปีนี้ขยายยุทธศาสตร์ด้วยการเปิดตัวผู้สมัครฝ่ายนายจ้างครบ 7 คนเพิ่มเติม รวมเป้าหมาย 14 ที่นั่งจาก 21 ที่นั่งทั้งบอร์ด
นำโดย พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และอดีตกรรมการประกันสังคม 8 สมัย ประกาศกลับมาทวงคืนพื้นที่ในบอร์ดอีกครั้ง ด้วยความมั่นใจในฐานเครือข่ายสหภาพแรงงานทั่วประเทศที่สั่งสมมายาวนาน
นำโดย มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ชูนโยบาย "3 ขอ" และการขยายสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 เป็นฐานเสียงสำคัญของกลุ่มแรงงานนอกระบบ
เสนอแนวคิดนอกกรอบเดิม ทั้งการปรับระบบให้มีลักษณะคล้ายประกันชีวิต เพิ่มทางเลือกด้านสิทธิประโยชน์ และแนวคิด "หวยประกันสังคม" เพื่อสร้างรายได้ใหม่เข้ากองทุน
สัตวแพทย์และนักกฎหมาย แกนนำกลุ่ม "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" ตัดสินใจลงสมัครเพียงคนเดียว ไม่สังกัดทีมหรือเครือข่ายใด ประกาศชัดว่าต้องการผลักดัน 4 นโยบายหลัก: ยกเลิกสูตร CARE, Best 60 Months, กฎหมาย 3 เรื่อง (3 ขอ), และ Open SSO ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ด — แม้จะมีจุดยืนปฏิรูปคล้ายทีมก้าวหน้าในหลายเรื่อง แต่มีมุมมองต่างกันชัดเจนในประเด็นสูตร CARE
เมื่อฝั่งผู้ประกันตนมีอย่างน้อย 5 ขั้วที่แข่งขันแยกกัน ขณะที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้ารวมเป็นทีมเดียวส่งครบ 7 คน ปรากฏการณ์ Vote Splitting จึงเกิดขึ้นได้ง่าย — คะแนนของผู้ประกันตนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันถูกแบ่งกระจายไปหลายกลุ่ม ทำให้กลุ่มที่มีความเป็นเอกภาพได้เปรียบเชิงคณิตศาสตร์การเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้เป็นตัวแทนความต้องการส่วนใหญ่ที่แท้จริงก็ตาม

ในการเลือกตั้งครั้งแรกปี 2566 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเกือบกวาดครบ 7 ที่นั่ง (ได้ 6 ที่นั่ง) ส่วนที่นั่งที่เหลือได้มาเพราะผู้สมัครทีมก้าวหน้าบางคนถูกตัดสิทธิ์ด้านคุณสมบัติ ปีนี้ทีมก้าวหน้าเตรียมตัวรัดกุมขึ้นมาก ทำให้ความเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติแทบไม่มี — หากขั้วอื่นยังคงแยกกันลงสมัครโดยไม่ประสานงาน โอกาสที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยก็ยิ่งสูงขึ้น
ระบบเลือกตั้งครั้งนี้ให้สิทธิ์เลือกได้สูงสุด 7 เบอร์ต่อ 1 คน — ไม่จำเป็นต้องเลือกทั้ง 7 เบอร์จากทีมเดียว ผู้ประกันตนสามารถผสมผสานเลือกจากหลายขั้วตามนโยบายที่ตรงใจที่สุดในแต่ละประเด็น รวมถึงเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่ต้องประนีประนอมกับมติทีมใดๆ
ในสถานการณ์ที่หลายขั้วแยกกันเดิน หมอบูรณ์กลายเป็นตัวเลือกที่มีคุณค่าเฉพาะตัวสำหรับผู้ประกันตนที่ต้องการเสียงซึ่งไม่ผูกมัดกับเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่ง:
ลงทะเบียนก่อนหมดเวลา แล้วเลือกด้วยข้อมูลในวันที่ 27 กันยายน 2569
📝 ลงทะเบียนก่อน 15 ก.ค. → 🎯 ทิ้งดิ่งเบอร์ 2 →