เอกสารราชการก่อน ครม. · 17 กรกฎาคม 2569

เอกสารลับก่อน ครม.! กระทรวงการคลัง-สภาพัฒน์ เตือนสูตร CARE
กระทบความยั่งยืนกองทุน

📖 อ่าน 8 นาที 📄 เอกสารราชการ 2 ฉบับ ⚖️ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในหลักการสูตร CARE เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งเอกสารความเห็นจากกระทรวงการคลัง (ลงวันที่ 7 ก.ค. 2569) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ลงวันที่ 6 ก.ค. 2569) ที่หลุดออกมา แม้ทั้งสองหน่วยงานจะเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงนี้ แต่ก็มีการเตือนอย่างชัดเจนถึงภาระการเงินและความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว

⚠️ ข้อเท็จจริงที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

เอกสารทั้งสองฉบับไม่ใช่การคัดค้านสูตร CARE — ทั้งกระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ระบุชัดว่าเห็นชอบในหลักการ เนื่องจากมองว่าช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสะท้อนการส่งเงินสมทบที่แท้จริงมากขึ้น แต่ประเด็นสำคัญที่ทั้งคู่เตือนตรงกันคือ ภาระทางการเงินที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และความเสี่ยงต่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว — บทความนี้รายงานตามเนื้อหาเอกสารจริง ไม่บิดเบือนให้ดูรุนแรงเกินจริง

📄 เอกสารที่ 1 — กระทรวงการคลัง (7 ก.ค. 2569)

🏛️
ความเห็นกระทรวงการคลัง ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ที่ กค ๐๔๐๖.๒/๘๖๑๖ · ลงนามโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
✓ เห็นชอบในหลักการ⚠️ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 2 ข้อ

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่าร่างกฎกระทรวงฉบับนี้เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เพื่อให้การคำนวณมีความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกันตนต่างมาตรา จึงเห็นควรที่คณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 2 ข้อ:

  1. ด้านวินัยการเงินการคลัง: เรื่องนี้เป็นการดำเนินการของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ จึงควรคำนึงถึงความคุ้มค่า ต้นทุน ผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
  2. ด้านผลกระทบต่อกองทุน: การปรับปรุงสูตรคำนวณจะทำให้กองทุนประกันสังคมมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีรายจ่ายเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนบำนาญชราภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อสภาพคล่องและเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว กระทรวงแรงงานจึงควรมีแผนรองรับผลกระทบดังกล่าว พร้อมทบทวนโครงสร้างรายรับจากเงินสมทบให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย
เอกสารความเห็นกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เรื่องร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ
หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๖.๒/๘๖๑๖ ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569

📄 เอกสารที่ 2 — สภาพัฒน์ (6 ก.ค. 2569)

📊
ความเห็นสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ที่ นร ๓๑๐๙/๒๗๙๒ · ลงนามโดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
✓ เห็นชอบในหลักการ⚠️ เตือนความยั่งยืนกองทุน

สภาพัฒน์พิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวง ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงเดิม (พ.ศ. 2550 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2565) ที่มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานและการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนในปัจจุบัน โดยร่างใหม่จะทำให้การคำนวณสิทธิประโยชน์สะท้อนการส่งเงินสมทบตลอดชีวิตการทำงาน และเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์เตือนว่า:

  • การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ย่อมส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
  • แม้คณะกรรมการประกันสังคมจะแต่งตั้งอนุกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของกองทุนแล้ว แต่แนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณา เช่น การทยอยปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบ และการทบทวนอายุการเกิดสิทธิรับบำนาญ การมุ่งเน้นเพิ่มรายรับเป็นหลักอาจไม่สร้างความยั่งยืนได้ หากไม่ควบคู่กับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
  • จึงเสนอให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพด้านรายจ่ายเป็นลำดับแรก เช่น ลดต้นทุนที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อสิทธิหลักของผู้ประกันตน ความซ้ำซ้อนของกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ทบทวนความคุ้มค่าของโครงการและการจัดซื้อจัดจ้างบางประเภท ตลอดจนเสริมสร้างวินัยในการใช้ทรัพยากร
เอกสารความเห็นสภาพัฒน์ ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เรื่องร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ
หนังสือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ นร ๓๑๐๙/๒๗๙๒ ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569

🎯 ทำไมเอกสารนี้สำคัญ กับผู้ประกันตนทุกคน

สิ่งที่เอกสารทั้งสองฉบับชี้ให้เห็นตรงกัน คือ แม้แต่หน่วยงานเศรษฐกิจการคลังของรัฐเองก็ยอมรับว่าสูตร CARE จะเพิ่มภาระให้กองทุนอย่างมีนัยสำคัญ และเตือนว่าต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นปัญหาที่ผู้ประกันตนต้องแบกรับในอนาคตผ่านการขึ้นอัตราเงินสมทบเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการจัดการรายจ่ายที่ไม่จำเป็นควบคู่กันไปก่อน

🐕 นี่คือเหตุผลที่ต้องมีตัวแทนอิสระในบอร์ด

ข้อเสนอแนะของสภาพัฒน์เรื่อง "ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นก่อนขึ้นเงินสมทบ" คือสิ่งที่ต้องมีคนจากภายในบอร์ดประกันสังคมคอยตรวจสอบและผลักดันอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแค่ข้อเสนอแนะในเอกสารที่ไม่มีใครติดตาม การมีตัวแทนอิสระ 100% ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจึงยังจำเป็นเสมอ ไม่ว่าสถานะทางกฎหมายของ CARE จะไปถึงไหนแล้ว

📢 แผนรวมพลังคัดค้าน จากองค์กรแรงงาน

ในจังหวะเดียวกัน เครือข่ายองค์กรแรงงาน ได้แก่ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และสภาองค์การลูกจ้าง ได้วางแผนเคลื่อนไหวคัดค้านสูตร CARE ร่วมกัน ดังนี้ (ข้อมูลจากการประสานงานภายในเครือข่ายแรงงาน รายงานเพื่อทราบ ไม่ใช่กิจกรรมที่จัดโดยทีมหมอบูรณ์โดยตรง)

21
ก.ค.
ยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรี
วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ถนนพิษณุโลก (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) — สสรท. เป็นผู้ร่างหนังสือ เชิญแกนนำแต่ละสภาและสหภาพที่ร่วมคัดค้านลงนามร่วม
4
ส.ค.
นัดรวมพลังมวลชนคัดค้านสูตร CARE
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. — ระดมมวลชนจากองค์กรจัดตั้งต่างๆ โดยเฉพาะ สสรท. และสภาแรงงาน เป้าหมายผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน

ทีมงานหมอบูรณ์จะติดตามและรายงานความคืบหน้าของทั้งสองกิจกรรมนี้ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์คัดค้านสูตร CARE หรือไม่?
ไม่ใช่การคัดค้าน ทั้งสองหน่วยงานเห็นชอบในหลักการ แต่เตือนอย่างชัดเจนเรื่องภาระการเงินและความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว

🧮 เช็กผลกระทบของคุณ และติดตามความเคลื่อนไหว

คำนวณผลกระทบจริง พร้อมติดตามสถานะการคัดค้านสูตร CARE ล่าสุด

🧮 คำนวณผลกระทบที่ /m33/ → 📖 อ่านข่าว ครม. ฉบับเต็ม →

บทความที่เกี่ยวข้อง

🚨
ด่วน! ครม. อนุมัติสูตร CARE แล้ว
สรุปข่าว + สถานะการยื่นหนังสือคัดค้านต่อกฤษฎีกา
🔍
"ไม่มีใครเสียประโยชน์" จริงหรือ?
Fact-Check คำมั่นสัญญาสูตร CARE ที่พูดไม่ครบ
📜
มหากาพย์ประกันสังคมไทย 30 ปี
ประวัติศาสตร์ฉบับเต็ม พร้อมกลไก Pension Point ที่แท้จริง
แหล่งอ้างอิง: เนื้อหาในบทความนี้เรียบเรียงจากหนังสือราชการ 2 ฉบับ ได้แก่ หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๐๖.๒/๘๖๑๖ ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และหนังสือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ นร ๓๑๐๙/๒๗๙๒ ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ทั้งสองฉบับเป็นความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนมีมติเห็นชอบในหลักการสูตร CARE เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 ข้อมูลแผนเคลื่อนไหวมวลชนอ้างอิงจากการประสานงานภายในเครือข่ายองค์กรแรงงาน รายงานเพื่อทราบเท่านั้น