แถลงการณ์ทางการ · 18 กรกฎาคม 2569

แถลงการณ์คัดค้านสูตร CARE ฉบับเต็ม
3 ข้อเสนอถึงกฤษฎีกา ก่อนกฎหมายมีผลบังคับ

📖 อ่าน 9 นาที 📄 เอกสารราชการ 4 ฉบับ ⚖️ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สูตร CARE) และส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นการเร่งด่วน กลุ่มผู้คัดค้านและตัวแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รวบรวมและวิเคราะห์เอกสารประกอบการพิจารณาของ ครม. อย่างละเอียด เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ และยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อกฤษฎีกาอย่างเป็นทางการ

⚠️ จุดยืนของแถลงการณ์นี้

นี่ไม่ใช่การขอให้ยกเลิกสูตร CARE ทั้งหมด แต่เป็นการขอให้ชะลอการตรวจพิจารณาไว้ก่อน จนกว่าจะมีแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ชัดเจน ตามข้อทักท้วงที่กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์เตือนไว้เองในเอกสารราชการ

ภาพประกอบเอกสาร ครม. เปิดความจริงสูตร CARE — เสียงเตือนจากสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง
เอกสาร ครม. เปิดความจริงสูตร CARE — เสียงเตือนจากสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง

📄 เอกสารอ้างอิงหลัก 4 ฉบับ

1
หนังสือกระทรวงแรงงาน เสนอเรื่องต่อ ครม.
ด่วนที่สุด ที่ รง 0602/3893 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
2
ความเห็นประกอบของสภาพัฒน์
ด่วนที่สุด ที่ นร 3109/2792 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569
3
ความเห็นประกอบของกระทรวงการคลัง
ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.2/8616 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
4
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันมติ ครม.
เลขที่ นร 0503/15791, 15792, 15793 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
หนังสือกระทรวงแรงงาน ด่วนที่สุด เรื่องร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
หนังสือกระทรวงแรงงาน ด่วนที่สุด เสนอร่างกฎกระทรวงต่อคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันมติ ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงสูตร CARE ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569
หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยืนยันมติ ครม. ส่งกฤษฎีกาตรวจร่างเป็นการด่วน ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

🔍 ข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในเอกสารราชการ

🔄
การปรับเปลี่ยนสูตรคำนวณ
FAE (60 เดือนสุดท้าย) → CARE (Pension Point เฉลี่ยตลอดชีพ)

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้เปลี่ยนสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ จากสูตรเดิม (Final Average Earnings) ที่คิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ไปเป็นสูตรใหม่ (Career Average Revalued Earnings) หรือระบบ Pension Point CARE ซึ่งนำค่าจ้างฐานนำส่งเงินสมทบตลอดอายุการทำงานมาเฉลี่ยรวม โดยปรับมูลค่าให้เป็นปัจจุบัน

เงื่อนไขช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
มาตรการชดเชยส่วนต่างทยอยลดหลั่น

กำหนด "กติกาช่วงเปลี่ยนผ่าน" ระยะเวลา 5 ปี ชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกันตนที่คำนวณด้วยสูตรใหม่แล้วได้เงินน้อยกว่าสูตรเดิม โดยปีที่ 1 ชดเชย 100% และลดหลั่นลงปีละ 20 จุด จนเหลือชดเชยเพียง 20% ในปีที่ 5 — หลังจากนั้นไม่มีการชดเชยส่วนต่างอีก

📊
ข้อสังเกตจากสภาพัฒน์
ที่ นร 3109/2792 · 6 กรกฎาคม 2569
✓ เห็นชอบในหลักการ⚠️ เตือนเรื่องรายจ่าย

สภาพัฒน์ระบุว่าการมุ่งเพิ่มรายรับเพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างความยั่งยืนให้กองทุนได้ หากไม่ควบคู่กับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น จึงเสนอให้สำนักงานประกันสังคมยกระดับประสิทธิภาพด้านรายจ่ายเป็นลำดับแรก เช่น ตัดความซ้ำซ้อนของงบประชาสัมพันธ์ ทบทวนความคุ้มค่าโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และเสริมวินัยการใช้ทรัพยากร ก่อนเร่งปรับสูตรที่กระทบสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน

🏛️
ข้อทักท้วงจากกระทรวงการคลัง
ที่ กค 0406.2/8616 · 7 กรกฎาคม 2569
✓ เห็นชอบในหลักการ⚠️ อ้าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

กระทรวงการคลังอ้างมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ระบุว่าการปรับสูตรจะทำให้กองทุนมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจกระทบสภาพคล่องและเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว จึงเสนอแนะให้กระทรวงแรงงานจัดทำแผนรองรับผลกระทบดังกล่าวให้ชัดเจนก่อน

สถิติการรับฟังความคิดเห็นของรัฐ

106,010
ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น (ณ 17 ต.ค. 2568)
78.93%
เห็นด้วยกับการปรับสูตร
21.07%
ไม่เห็นด้วย
12-13 ล้าน
ผู้ประกันตน ม.33+ม.39 ทั้งประเทศ

⚖️ ข้อวิเคราะห์และข้อห่วงกังวล ของผู้คัดค้าน

1
ผลกระทบระยะยาวต่อฐานเงินบำนาญ
การนำค่าจ้างช่วงเริ่มต้นทำงาน (ซึ่งมักเป็นฐานต่ำสุด) มาเฉลี่ยรวมตลอดอายุการทำงาน มีความเสี่ยงทำให้ฐานบำนาญโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับสูตรเดิมที่คิดจาก 60 เดือนสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงรายได้สูงสุด ขณะที่มาตรการชดเชยมีอายุจำกัดเพียง 5 ปี ผู้ที่เกษียณหลังจากนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองส่วนนี้เลย
2
ควรจัดการรายจ่ายภายในก่อน
สอดคล้องกับข้อสังเกตของสภาพัฒน์เอง ผู้คัดค้านเห็นว่าสำนักงานประกันสังคมควรควบคุมรายจ่ายซ้ำซ้อนภายในองค์กรก่อน แทนที่จะเร่งปรับสูตรที่กระทบสิทธิระยะยาวของผู้ประกันตนหลักล้านคน
3
การรับฟังความเห็นยังไม่ทั่วถึง
ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น 106,010 ราย เทียบกับผู้ประกันตนทั้งระบบกว่า 12-13 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ตัวเลข 78.93% เห็นด้วยจึงอาจไม่สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้ประกันตนส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทราบรายละเอียดผลกระทบ

📢 ข้อเสนอ 3 ข้อ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ข้อเสนอทางการ
  1. ขอให้ชะลอการตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงไว้ก่อน เพื่อให้กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม ตามข้อทักท้วงของกระทรวงการคลัง
  2. ให้ สปส. รายงานแผนลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรก่อน (งบประชาสัมพันธ์ งบจัดซื้อจัดจ้าง งบดำเนินงานซ้ำซ้อน) ตามข้อสั่งการของสภาพัฒน์ ให้แล้วเสร็จก่อนแก้ไขเกณฑ์สิทธิประโยชน์ของประชาชน
  3. จัดรับฟังความเห็นเพิ่มเติมอย่างโปร่งใส โดยเปรียบเทียบผลคำนวณระหว่างสูตรเดิม (FAE) กับสูตรใหม่ (CARE) ให้ผู้ประกันตนเข้าใจทั้งสองด้านก่อนเปิดลงมติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แถลงการณ์นี้คัดค้านสูตร CARE ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่ — ขอให้กฤษฎีกาชะลอการตรวจร่างไว้ก่อน จนกว่าจะมีแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ชัดเจนตามที่คลังและสภาพัฒน์เตือนเอง
ผู้ประกันตนร่วมลงชื่อคัดค้านได้ที่ไหน?
ตรวจสอบรายชื่อและร่วมลงชื่อได้ที่ boonarayapon.com/m33/ ช่องทางกลางสำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39

🧮 คำนวณผลกระทบ และร่วมลงชื่อคัดค้าน

เช็กผลกระทบสูตร CARE ต่อบำนาญของคุณ และร่วมแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ

🧮 คำนวณและลงชื่อที่ /m33/ → 📖 อ่านข่าว ครม. ฉบับเต็ม →

บทความที่เกี่ยวข้อง

🚨
ด่วน! ครม. อนุมัติสูตร CARE แล้ว
สรุปข่าว + ขั้นตอนหลังจากนี้ก่อนประกาศใช้จริง
🏛️
เอกสารลับก่อน ครม. คลัง-สภาพัฒน์เตือน CARE
ความเห็นประกอบก่อนมติ ครม. 14 ก.ค. 2569
⚖️
10 ประเด็นกฎหมายฟ้องเพิกถอน CARE
ม.33 ต้องรู้ก่อนหมดอายุความ 90 วัน
แหล่งอ้างอิง: เนื้อหาในบทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารราชการ 4 ฉบับ ได้แก่ หนังสือกระทรวงแรงงาน ด่วนที่สุด ที่ รง 0602/3893 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569, หนังสือความเห็นสภาพัฒน์ ที่ นร 3109/2792 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569, หนังสือความเห็นกระทรวงการคลัง ที่ กค 0406.2/8616 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียืนยันมติ ครม. เลขที่ นร 0503/15791-15793 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569