สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สูตร CARE) และส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นการเร่งด่วน กลุ่มผู้คัดค้านและตัวแทนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รวบรวมและวิเคราะห์เอกสารประกอบการพิจารณาของ ครม. อย่างละเอียด เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ และยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อกฤษฎีกาอย่างเป็นทางการ
นี่ไม่ใช่การขอให้ยกเลิกสูตร CARE ทั้งหมด แต่เป็นการขอให้ชะลอการตรวจพิจารณาไว้ก่อน จนกว่าจะมีแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ชัดเจน ตามข้อทักท้วงที่กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์เตือนไว้เองในเอกสารราชการ



ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้เปลี่ยนสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ จากสูตรเดิม (Final Average Earnings) ที่คิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ไปเป็นสูตรใหม่ (Career Average Revalued Earnings) หรือระบบ Pension Point CARE ซึ่งนำค่าจ้างฐานนำส่งเงินสมทบตลอดอายุการทำงานมาเฉลี่ยรวม โดยปรับมูลค่าให้เป็นปัจจุบัน
กำหนด "กติกาช่วงเปลี่ยนผ่าน" ระยะเวลา 5 ปี ชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกันตนที่คำนวณด้วยสูตรใหม่แล้วได้เงินน้อยกว่าสูตรเดิม โดยปีที่ 1 ชดเชย 100% และลดหลั่นลงปีละ 20 จุด จนเหลือชดเชยเพียง 20% ในปีที่ 5 — หลังจากนั้นไม่มีการชดเชยส่วนต่างอีก
สภาพัฒน์ระบุว่าการมุ่งเพิ่มรายรับเพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างความยั่งยืนให้กองทุนได้ หากไม่ควบคู่กับการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น จึงเสนอให้สำนักงานประกันสังคมยกระดับประสิทธิภาพด้านรายจ่ายเป็นลำดับแรก เช่น ตัดความซ้ำซ้อนของงบประชาสัมพันธ์ ทบทวนความคุ้มค่าโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และเสริมวินัยการใช้ทรัพยากร ก่อนเร่งปรับสูตรที่กระทบสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน
กระทรวงการคลังอ้างมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ระบุว่าการปรับสูตรจะทำให้กองทุนมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจกระทบสภาพคล่องและเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว จึงเสนอแนะให้กระทรวงแรงงานจัดทำแผนรองรับผลกระทบดังกล่าวให้ชัดเจนก่อน
เช็กผลกระทบสูตร CARE ต่อบำนาญของคุณ และร่วมแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ
🧮 คำนวณและลงชื่อที่ /m33/ → 📖 อ่านข่าว ครม. ฉบับเต็ม →