📜 คำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 3616/2564
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน · วันที่ 2 กันยายน 2564
👷
นายไพโรจน์ พิริยชาติ
PLAINTIFF · โจทก์ผู้ฟ้องคดีต่อสู้เพื่อบำนาญที่เป็นธรรม
เริ่มส่งสมทบ
มีนาคม 2534 (ม.33)
รวมเดือนส่งสมทบ
188 เดือน (เพื่อชราภาพ)
ช่วงสุดท้าย
ม.39 ฐาน 4,800 บาท/เดือน
บำนาญที่ได้รับ
1,164 บาท/เดือน
⚖️ ข้อเท็จจริงของคดี: ทำงานมาทั้งชีวิต ได้บำนาญเท่านี้จริงหรือ?
นายไพโรจน์เป็นลูกจ้างมาตั้งแต่ปี 2533 เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ส่งเงินสมทบมายาวนาน แต่ในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ได้เปลี่ยนสถานะเป็น มาตรา 39 หลายช่วง จนถึงเดือนสิงหาคม 2559 จึงลาออก และเมื่ออายุครบ 55 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 จึงยื่นขอรับบำนาญชราภาพ
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานีพิจารณาแล้ว กำหนดให้รับบำนาญ 1,164 บาทต่อเดือน ซึ่งนายไพโรจน์ไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์ ต่อสู้ไปถึงศาลฎีกา ผ่านศาลแรงงานกลางและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ทั้งสองศาลพิพากษายืน จนมาถึงศาลฎีกาที่ก็ยืนยันอีกครั้งว่า สำนักงานประกันสังคมคำนวณถูกต้องแล้ว
⚠️ ทำไมบำนาญถึงเหลือแค่ 1,164 บาท?
60 เดือนสุดท้าย
ม.39 ฐาน 4,800 บาท จำนวน 54 งวด + ม.33 ค่าจ้าง 15,000 บาท จำนวน 6 งวด
(4,800 × 54) + (15,000 × 6)
─────────────────────────
60
= (259,200 + 90,000) ÷ 60
= 349,200 ÷ 60
= 5,820 บาท (ค่าจ้างเฉลี่ย)
💸 บำนาญรายเดือน = 20% × 5,820 = 1,164 บาท/เดือน
เงื่อนไข: ส่งสมทบ 180 เดือนขึ้นไป รับบำนาญ 20% แต่เพราะฐาน ม.39 ต่ำมาก ค่าเฉลี่ยจึงลดลงอย่างมาก
4,800
บาท/เดือน ฐาน ม.39
ที่กฎกระทรวงกำหนด
188
เดือน เงินสมทบชราภาพ
ที่นายไพโรจน์ส่ง
1,164
บาท/เดือน
บำนาญที่ได้รับ
📋 3 ประเด็นกฎหมายที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัย
คดีนี้มีประเด็นกฎหมายสำคัญ 3 ข้อที่ศาลฎีกาต้องตัดสิน และผลของคำพิพากษาได้กลายเป็นบรรทัดฐานที่ส่งผลต่อผู้ประกันตน ม.39 ทุกคนในประเทศไทย
โจทก์เริ่มส่งสมทบตั้งแต่ปี 2534 แต่พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2541 กำหนดให้เริ่มเก็บเงินสมทบเพื่อประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2541 เท่านั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงินสมทบก่อนหน้านั้นเป็นเพื่อสิทธิอื่น ไม่ใช่ชราภาพ จึงไม่นับ — นายไพโรจน์จึงมีเงินสมทบชราภาพ 188 เดือน (ไม่ใช่ตั้งแต่ปี 2534)
โจทก์โต้แย้งว่า 4,800 บาทไม่ใช่ค่าจ้างจริง ไม่ควรใช้คำนวณบำนาญ แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2538) กำหนดให้ 4,800 บาทเป็นฐานสำหรับผู้ที่ไม่มีนายจ้าง และ ถือเสมือนเป็นค่าจ้าง เพื่อคำนวณบำนาญ — ดังนั้นต้องนำมาใช้
โจทก์ขอให้คำนวณจากค่าจ้าง ม.33 เท่านั้น เพราะสูงกว่า แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ต้องนำฐานเงินสมทบทุกช่วงเวลามาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ม.33 หรือ ม.39 เพราะกฎหมายใช้คำว่า "ค่าจ้างเฉลี่ยหกสิบเดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ" ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็น ม.33 เท่านั้น
📜 หลักกฎหมาย (Ratio Decidendi): บรรทัดฐานที่ศาลฎีกาวางไว้
จากคำพิพากษานี้ ศาลฎีกาได้วางหลักกฎหมาย 3 ประการที่เป็นบรรทัดฐานสำหรับคดีบำนาญประกันสังคมในอนาคต และยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
⚖️
3 หลักกฎหมายจากฎีกา 3616/2564
① สิทธิชราภาพเริ่มจากวันจัดเก็บ ไม่ใช่วันเป็นผู้ประกันตน
การนับระยะเวลาส่งเงินสมทบเพื่อสิทธิชราภาพ ต้องเริ่มจากวันที่มีการจัดเก็บเงินสมทบเพื่อประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ คือ 31 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไป
② ฐาน 4,800 บาท ม.39 = ค่าจ้างเสมือน
จำนวน 4,800 บาทที่กฎกระทรวงกำหนดสำหรับผู้ประกันตน ม.39 ถือเป็นค่าจ้างเสมือนที่นำมาคำนวณบำนาญได้
③ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือน = รวมทุกสถานะ
การคำนวณค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายต้องรวมทั้ง ม.33 และ ม.39 ผู้ประกันตนไม่สามารถเลือกเฉพาะสถานะที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้
"จำนวนเงิน 4,800 บาทตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งถือเสมือนเป็นค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เพื่อนำมาคำนวณเป็นเงินบำนาญชราภาพได้"
— คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3616/2564 (หน้า 7)
🔍 เปรียบเทียบ ฎีกา 3616/2564 กับ ฎีกา 3307/2567
สองคำพิพากษานี้มักถูกอ้างถึงคู่กันในวงการประกันสังคม แต่มีนัยสำคัญที่แตกต่างกันอย่างมาก:
| ประเด็น |
ฎีกา 3616/2564 |
ฎีกา 3307/2567 |
| แนวคิดหลัก |
ยืนยันวิธีคำนวณของประกันสังคม |
เริ่มตั้งคำถามต่อโครงสร้างระบบ |
| ฐาน ม.39 |
ถือเป็นค่าจ้างเสมือน 4,800 บาท |
มีข้อถกเถียงเรื่องความเป็นธรรม |
| ผลต่อผู้ประกันตน |
บำนาญต่ำ — ตามกฎหมายที่เป็นอยู่ |
จุดกระแสเรียกร้องแก้กฎหมาย |
| นัยสำคัญ |
บรรทัดฐานเดิมที่ยังมีผล |
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง |
⚖️ สิ่งที่ฎีกา 3616/2564 บอกเราเกี่ยวกับ ม.39
ข้อโต้แย้งของโจทก์
คำวินิจฉัยศาลฎีกา
4,800 บาทไม่ใช่ค่าจ้างจริง แต่ศาลบอกว่า กฎหมายกำหนดให้ใช้เป็น "ค่าจ้างเสมือน" ดังนั้นต้องนำมาคำนวณ
ต้องการใช้แค่ค่าจ้าง ม.33
ต้องรวมทั้ง ม.33 และ ม.39
ผู้ประกันตนไม่มีสิทธิ์เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตน ต้องนำทุกช่วงเวลามาคำนวณ
นับสมทบตั้งแต่ปี 2534
นับตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2541
เงินสมทบก่อนปี 2541 ไม่มีสิทธิ์ชราภาพ เพราะระบบยังไม่เริ่มจัดเก็บสำหรับชราภาพ
💡 ข้อสังเกตเชิงนโยบาย: ทำไมปัญหานี้ถึงยังแก้ไม่ได้?
คำพิพากษาฎีกา 3616/2564 ไม่ผิดพลาดในเชิงกฎหมาย — ศาลตัดสินตามกฎหมายที่มีอยู่ อย่างถูกต้อง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า กฎหมายที่มีอยู่นั้นไม่เป็นธรรม กับผู้ที่ต้องเปลี่ยนสถานะจาก ม.33 มาเป็น ม.39
🎯 ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฎีกา 3616/2564 สะท้อนให้เห็น
ฐาน ม.39 ต่ำเกินไป: 4,800 บาท ถูกกำหนดตั้งแต่ปี 2538 ไม่เคยปรับเพิ่มตามค่าครองชีพ ทั้งที่ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันสูงกว่ามาก
การเปลี่ยนสถานะเป็นกับดัก: ผู้ที่ออกจากงานแล้วสมัคร ม.39 เพื่อรักษาสิทธิ กลับถูกลดฐานคำนวณลงอย่างฮวบฮาบ
สูตรคิด 60 เดือนสุดท้ายไม่เป็นธรรม: ถ้าช่วงสุดท้ายเป็น ม.39 บำนาญจะต่ำมาก แม้จะส่งสมทบ ม.33 มาตลอดชีวิต
ข้อเสนอ B60M: หมอบูรณ์เสนอให้ใช้ 60 เดือนที่ดีที่สุดในชีวิตการทำงาน ไม่ใช่ 60 เดือนสุดท้าย เพื่อความเป็นธรรม
📥 ดาวน์โหลด: สำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3616/2564
ฎีกาฉบับนี้ได้รับมาจาก นายไพโรจน์ พิริยชาติ โจทก์ผู้ฟ้องคดี ที่ส่งมอบให้หมอบูรณ์เผยแพร่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้ผู้ประกันตนทุกคนได้ศึกษา ใช้อ้างอิง และนำไปพิจารณาสิทธิของตนเอง
📄
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3616/2564
ฉบับเต็ม · ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน · 2 กันยายน 2564 · PDF
⬇️ ดาวน์โหลด PDF
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฎีกา 3616/2564
ฎีกา 3616/2564 ตัดสินเรื่องอะไรบ้าง?
ตัดสิน 3 ประเด็น: (1) การนับสิทธิชราภาพต้องเริ่มจาก 31 ธ.ค. 2541 ไม่ใช่วันแรกที่เป็นผู้ประกันตน (2) ฐาน 4,800 บาทของ ม.39 ถือเป็น "ค่าจ้างเสมือน" ใช้คำนวณบำนาญได้ (3) ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนต้องรวมทั้ง ม.33 และ ม.39
ทำไมนายไพโรจน์ถึงได้บำนาญแค่ 1,164 บาท ทั้งที่ทำงานมาหลายสิบปี?
เพราะใน 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน มี 54 เดือนที่เป็น ม.39 ซึ่งมีฐาน 4,800 บาท ทำให้ค่าจ้างเฉลี่ยลดลงมากจาก 15,000 บาท เหลือเพียง 5,820 บาท บำนาญ 20% จึงได้เพียง 1,164 บาทต่อเดือน
ฐาน 4,800 บาทของ ม.39 มาจากไหน และปรับได้หรือไม่?
มาจากกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2538) ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ 30 กว่าปีที่แล้ว และยังไม่เคยปรับเพิ่มเลย ปัจจุบันมีข้อเสนอจากหมอบูรณ์และกลุ่มผู้ประกันตนให้ปรับฐาน ม.39 ให้สะท้อนค่าครองชีพจริงยุคปัจจุบัน
ฎีกา 3616/2564 ต่างจาก 3307/2567 อย่างไร?
ฎีกา 3616/2564 ยืนยันว่าวิธีคำนวณของสำนักงานประกันสังคมถูกต้องตามกฎหมาย — นั่นคือบรรทัดฐาน "เดิม" ส่วนฎีกา 3307/2567 ตั้งคำถามต่อความเป็นธรรมของระบบ และกลายเป็นชนวนสำคัญของการเรียกร้องปฏิรูปบำนาญประกันสังคมในปัจจุบัน
ผู้ประกันตน ม.39 ปัจจุบันควรทำอย่างไรเพื่อให้ได้บำนาญสูงขึ้น?
ในกรอบกฎหมายปัจจุบัน ถ้าสามารถกลับมาเป็น ม.33 ในช่วง 60 เดือนสุดท้ายได้จะดีที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลับมาเป็นลูกจ้างได้ ก็ต้องติดตามการผลักดันปฏิรูปสูตรบำนาญ เช่น B60M (Best 60 Months) ที่หมอบูรณ์เสนอ
คำพิพากษานี้ยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่?
ยังมีผลบังคับอยู่ เพราะยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายหรือกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สำนักงานประกันสังคมยังคงใช้วิธีคำนวณตามแนวทางนี้กับผู้ประกันตนที่มีสถานะ ม.33 และ ม.39 ในช่วง 60 เดือนสุดท้าย
📣 ฎีกานี้สอนให้รู้ว่า: กฎหมายถูกต้อง แต่ไม่ยุติธรรม
คำพิพากษาฎีกา 3616/2564 ศาลตัดสินถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ แต่นั่นคือปัญหา — กฎหมายที่มีอยู่สร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกันตน ม.39 ที่ทำงานมาทั้งชีวิต นี่คือเหตุผลที่หมอบูรณ์ผลักดัน B60M และ กฎหมาย 3 ขอ เพื่อแก้ปัญหาตรงจุด
💚 ติดตามหมอบูรณ์ LINE
📊 B60M คืออะไร?
⚖️ กฎหมาย 3 ขอ