ในยุคที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว "ลิงก์" อาจดูเหมือนเป็นเพียงที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต แต่สำหรับหน่วยงานรัฐ ลิงก์หนึ่งลิงก์อาจมีความหมายมากกว่านั้น
ในช่วงที่มีการผลักดันและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ สำนักงานประกันสังคมได้ประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์ช่องทางหนึ่งให้ผู้ประกันตนทดลองคำนวณบำนาญตามแนวทาง CARE ผ่านทั้งการแถลงข่าวและสื่อหลายสำนัก
เมื่อบริบทของลิงก์นั้นเปลี่ยนไปในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คำถามที่ควรเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงว่า
แต่ควรถามให้ใหญ่กว่านั้นว่า
นี่คือคำถามเรื่องธรรมาภิบาล และเป็นคำถามที่สำคัญกว่าตัวเว็บไซต์เสียอีก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากไม่ได้รู้เรื่องโครงสร้างโดเมน และอาจเห็นเพียงคำว่า "sso" อยู่ในชื่อเว็บไซต์แล้วเข้าใจว่าเป็นเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม แต่ในทางเทคนิค ชื่อที่อยู่เว็บไซต์ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเว็บไซต์นั้นเป็นของหน่วยงานรัฐ — โดเมนที่ลงท้ายด้วย .ai ไม่ใช่โดเมนราชการแบบ .go.th เพียงเพราะมีคำว่า "sso" ปรากฏอยู่ในชื่อ
ดังนั้น สิ่งที่ควรแยกให้ออกมี 2 เรื่อง:
| คำถาม | ทำไมถึงต่างกัน |
|---|---|
| ใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมเว็บไซต์ | เป็นคำถามเรื่องกรรมสิทธิ์/การควบคุมทางเทคนิค |
| รัฐเคยนำประชาชนไปยังเว็บไซต์นั้นในบริบทใด | เป็นคำถามเรื่องความรับผิดชอบในการสื่อสารของรัฐ |
สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน และข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้คือ ในช่วงการสื่อสารเรื่องสูตร CARE มีการเผยแพร่ช่องทางดังกล่าวเพื่อให้ผู้ประกันตนทดลองคำนวณบำนาญ โดยมีทั้งสื่อและหน่วยงานภาครัฐบางช่องทางระบุถึงช่องทางนี้อย่างชัดเจน
ต้องแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัดเจน เรื่องแรกคือ สิทธิของเอกชนหรือบุคคลในการสร้างเว็บไซต์และเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ใครจะทำเว็บไซต์ ใครจะสร้างเครื่องมือคำนวณ หรือใครจะเผยแพร่นโยบาย ย่อมเป็นสิทธิที่ควรได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมาย
แต่เรื่องที่สองแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง — คือเมื่อหน่วยงานรัฐเคยนำประชาชนไปยังช่องทางดังกล่าวในบริบทของการให้ข้อมูลสาธารณะ คำถามคือ เมื่อบริบทเปลี่ยนไป หน่วยงานรัฐได้จัดการกับ "ความเข้าใจของประชาชน" ที่เกิดขึ้นจากการประชาสัมพันธ์เดิมแล้วหรือยัง? นี่ต่างหากคือหัวใจของเรื่อง เพราะความน่าเชื่อถือของประชาชนไม่ได้เกิดจากเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากบริบทที่เว็บไซต์นั้นถูกนำเสนอ
เวลาพูดถึง Digital Governance หลายคนมักนึกถึงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล Cybersecurity หรือการป้องกันเว็บไซต์ถูกโจมตี แต่ธรรมาภิบาลดิจิทัลของหน่วยงานรัฐมีความหมายกว้างกว่านั้น มันรวมถึงคำถามว่า ใครเป็นเจ้าของข้อมูล ใครควบคุมระบบ ใครมีสิทธิเปลี่ยนเนื้อหา รัฐอนุญาตให้ใช้ทรัพยากรดิจิทัลในลักษณะใด ประชาชนสามารถแยกได้หรือไม่ว่าอะไรคือข้อมูลจากรัฐและอะไรคือเนื้อหาของเอกชน และที่สำคัญที่สุด เมื่อประเทศกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ความเป็นกลางของช่องทางข้อมูลเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองอย่างไร
นี่คือมาตรฐานที่ควรใช้กับหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่มาตรฐานเดียวกับเว็บไซต์ทั่วไป
เรื่องนี้ไม่ควรจบลงด้วยการให้ประชาชนไปถกเถียงกันว่าเว็บไซต์เป็นของใคร เพราะคำถามที่สำคัญกว่าคือ สำนักงานประกันสังคมมีระบบกำกับดูแลอย่างไรตั้งแต่ต้น อย่างน้อยควรมีคำตอบที่ตรวจสอบได้ต่อคำถามเหล่านี้:
คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การกล่าวหาใคร แต่เป็นคำถามพื้นฐานของหน่วยงานที่บริหารกองทุนและสิทธิประโยชน์ของประชาชนจำนวนมหาศาล
ในสนามเลือกตั้ง ผู้สมัครแต่ละคนสามารถสร้างเว็บไซต์ ทำคลิป ทำ SEO ซื้อโฆษณา หรือสื่อสารกับประชาชนได้ นั่นคือการแข่งขันตามปกติ แต่หน่วยงานรัฐไม่ควรกลายเป็นผู้สร้างความได้เปรียบให้กับผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
นี่จึงไม่ใช่เรื่องว่า "ใครทำเว็บไซต์เก่งกว่า" แต่คือเรื่องว่า "รัฐวางกติกาให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมหรือไม่?" เพราะถ้าช่องทางข้อมูลที่ประชาชนเคยรับรู้ในบริบทของรัฐสามารถเปลี่ยนบริบทมาเป็นช่องทางที่เชื่อมโยงกับการหาเสียงได้ โดยไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการกำกับ และไม่มีมาตรการป้องกันความสับสน คำถามเรื่องความเป็นกลางย่อมเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นี่อาจเป็นคำถามที่ง่ายที่สุด — หากการดำเนินการทั้งหมดถูกต้องตามระเบียบ หากไม่มีการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ใคร หากไม่มีข้อมูลประชาชนถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม และหากไม่มีความสัมพันธ์ที่สร้างผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ไม่มีเหตุผลที่หน่วยงานรัฐจะไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงเหล่านี้ต่อสาธารณะ
เพราะการเปิดข้อมูลไม่ได้ทำให้รัฐเสียความน่าเชื่อถือ ตรงกันข้าม การเปิดข้อมูลต่างหากที่สร้างความน่าเชื่อถือ
ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งต้องโปร่งใส ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญเมื่อสำนักงานประกันสังคมกำลังเข้าสู่ช่วงที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม เพราะบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่องค์กรเล็กๆ สิ่งที่สังคมควรเรียกร้องไม่ใช่เพียง "เลือกตั้งให้ได้" แต่ต้องเรียกร้องว่า "เลือกตั้งอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้" — และความเป็นธรรมไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะวันที่ประชาชนเดินเข้าคูหา มันเริ่มตั้งแต่วันที่รัฐเริ่มสื่อสารข้อมูลกับประชาชน
เครื่องมือคำนวณบำนาญของหมอบูรณ์ เบอร์ 2 — ใช้ฟรี ไม่ต้องยืนยันตัวตนเกินความจำเป็น
🧮 คำนวณผลกระทบตอนนี้ → 📋 อ่านนโยบาย 7+1 ฉบับเต็ม →